วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

เพื่อนรัก...คนสนิท

เพื่อนรัก..คนสนิท

มิตรภาพเป็นสิ่งที่งดงามเสมอ
คนที่เคียงข้างเราเสมอเมื่อเราต้องการคำปลอบโยน
ให้ทางออกในยามที่ความคิดมืดบอด
เล่าความลับให้ฟัง โดยไม่ต้องระแวงว่าจะถูกหักหลังเมื่อไหร่
เพื่อนที่รู้ใจ เพื่อนรัก ที่พร้อมจะก้าวไปกับเรา
ทำแต่เรื่องบ้าๆบอๆเหมือนเราเพราะเป็นเพื่อนเรา
กอดคอกัน ร้องไห้ หัวเราะด้วยกัน
ไม่ว่าจะผ่านเรื่องราวเลวร้ายเท่าไหร่ โกรธกันมากเท่าไหร่
แต่สุดท้ายเราก็ยังคงหันมาหากัน
พร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังๆแก้เขิน
แม้จะไม่กล้าขอโทษได้ตรงๆ
เวลาเดินไปเรื่อยๆพร้อมกับมิตรภาพระหว่างเรา
ที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลาและรอยตีนกาบนใบหน้า
เพื่อนทำให้เรายิ้มเสมอทุกครั้งเมื่อนึกถึง
ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่เราจะยังจดจำรายละเอียดของความทรงจำได้เหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน
ใครบางคนคอยส่งกระดาษทิชชู
คอยเช็ดน้ำตาและคราบขี้มูกของคนขี้แย
ลูบหลังให้อ้วกแตกอ้วกแตนตรงสี่แยกวันที่ผิดหวังและเมาความรัก เป็นเดือดเป็นร้อนกับความทุกข์ของเพื่อน
เหมือนตัวเองเป็นคนเจ็บปวดซะเอง
เรียนด้วยกัน โดดเรียนด้วยกัน
คอยสนับสนุนในทัศนคติที่บังเอิญตรงกัน
ซึ่งไม่เข้าท่าในความคิดของคนบางคน
เลยเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้เราไม่ต้องทะเลาะกัน
ในหลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามา
เพื่อนผู้ที่ให้ความเห็นที่เราต้องการได้อย่างตรงมาตรงไป ระยะเวลาเป็นตัวแปรสำคัญ
ที่ทำให้ความผูกพันของเราค่อยๆถูกถักทอให้แน่นแฟ้นขึ้น
ด้วยความรัก ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ การให้อภัย ความมีน้ำใจ
การปรับตัวเข้าหากันและความสม่ำเสมอในการแสดงตัวตนอันแท้จริง
ที่ไม่มีการหลอกลวงหรือการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน
ในการเข้าสังคม
เพื่อน....ดีตรงที่เป็นความสัมพันธ์แบบทางสายกลาง
ไม่ตึงหรือไม่หย่อนจนเกินไป ไม่เรียกร้อง
แต่ต้องการให้เพื่อนมีความสุขโดยไม่มีเจตนาแอบแฝง
ความสัมพันธ์ระยะยาวที่ไม่มีหมดสัญญาแล้วต้องต่อใหม่
ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจเพียงแค่มีใจจริงที่จริงใจให้แก่กัน
แม้จะไม่พบเจอกันนานเท่าไร
แต่เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนคนเดิมของเราอยู่เสมอ......เพื่อนรักคนสนิท

บทความ"เพื่อนรัก..คนสนิท" มอบให้เพื่อนของต๋อนทุกคนและใครก็ตามที่มีเพื่อน ต้องการเพื่อนแท้ที่จริงใจ หรือกำลังคิดถึงเพื่อนอยู่

เพื่อน!

เพื่อน
ถ้าจะให้นับว่าสิ่งใด สำคัญ’ ที่สุดสำหรับชีวิตสั้นๆในแผ่นดินโลกของฉัน ฉันเองพบและยอมรับว่า เพื่อน คือสิ่งสำคัญลำดับต้นๆของฉันเลยทีเดียว ฉันไม่รู้ว่าตนเองจะดำรงชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไรหากปราศจาก...
เพื่อน
เพราะเขาคือคนที่ยืนอยู่เคียงข้างฉัน แม้ในวันที่ฉันล้มเหลว เขาเอื้อมมือมาหาฉันด้วยความเข้าใจ     แม้ว่าฉันได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดและโง่เขลาลงไปอย่างไม่น่าให้อภัยก็ตาม!    เขาคือคนที่มักจะพูดกับฉันเสมอว่า ไม่เป็นไร เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ

เขานั่งนิ่งๆอยู่ใกล้ เมื่อฉันต้องตรมตรอมใจจนไม่มีอะไรจะพูด    เขาช่วยเช็ดน้ำตาเมื่อวันที่ฉันร้องไห้และร้องไห้ไปกับฉันด้วย...         เราหัวเราะด้วยกันในวันที่ใจเบิกบาน    เขาคือคนที่ พร้อมเสมอ และ ‘ให้เสมอ   โดยไม่หวังว่าจะได้สิ่งใดๆเป็นการตอบแทน....

จะให้ฉันบรรยายอะไรได้มากกว่านี้อีกเล่า     กระดาษเพียงหน้าเดียวหรือจะสามารถบอกเล่าถึง เพื่อน” ผู้ที่ได้ให้มากกว่าที่ฉันควรจะได้จากเขา เพราะเขาฉันจึง มีวันนี้ได้ เขาคือผู้ที่ทำให้ชีวิตในโลกนี้ ซึ่งแม้ว่าจะเพียงไม่กี่สิบปี    แต่กลับมีคุณค่าเหมือนกับว่าเป็นนิรันดร์กาล...       ขอบคุณนะ เพื่อนที่แสนดี... ขอบคุณพระเยซู  
    ฉันได้ค้นพบเคล็ดลับของการมี เพื่อนดี อย่างนี้ว่า เพื่อนเปรียบเสมือนต้นไม้ที่ฉันเอามาปลูกไว้ที่ในสวนของฉันเอง ต้องหมั่นพรวนดิน รดน้ำ ทนุถนอมและระแวดระวังให้พ้นจากศัตรูพืชทั้งหลาย วันแล้ววันเล่าที่ต้องเอาใจใส่ดูแล บาง ครั้งต้องทนุถนอม บางครั้งต้องลิดเล็มใบที่เสียๆออกไป และเมื่อต้นไม้นั้นเติบใหญ่ ฉันก็จะได้เริ่มอาศัยใบบังของต้นไม้นั้นในวันที่มีแดดร้อนแรง และ ผล’ ของต้นไม้นั้นเป็นอาหารที่เลี้ยงทั้งตัวฉันและครอบครัว
เพื่อนที่ดี’ นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่เกิดขึ้นในพริบ ตา แต่ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน หากคุณพร้อมที่จะลงทุนและลงแรง จงให้ความเป็นเพื่อนต่อผู้อื่นแล้วคุณจะพบว่าสักวันหนึ่ง เขาจะยื่นความเป็นเพื่อนที่ดีอย่างนี้กลับมาให้คุณ พระเยซูคริสตเจ้าได้ทรงทำแล้ว และพระองค์ก็ได้เพื่อนมากมายที่พร้อมจะตายเพื่อพระนามของพระองค์!

เสียงผู้คนโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง “ตรึงเขาเสีย ตรึงเขาเสีย” คนเหล่านี้โกรธเคืองพระองค์ด้วยเรื่องอะไร     ในเมื่อในพระองค์ไม่มีความผิด...
เมื่อเขาเยาะเย้ยพระองค์ว่า “เจ้ากษัตริย์ของพวกยิว ทายซิว่าใครตบเจ้า”   เขาจ้างคนถ่อยให้ปรักปรำพระองค์ และทำกับพระองค์เหมือนอย่างนักโทษ เมื่อถูกซัก พระองค์ไม่ทรงตอบ... ทรงนิ่ง..เหมือนแกะที่จะถูกนำเอาไปฆ่า...
โอ..พระผู้ไถ่ของข้าพระองค์...   หนามสานได้สวมลงบนพระเศียร พระโลหิตประเสริฐหลั่งไหล.. น้ำลายของคนบาปเลอะหน้าของพระองค์...    ทั้งๆที่ไม่ทรงมีผิดเลยแม้แต่น้อย
......................
เพราะบาปของข้าฯ พระผู้ช่วยตายที่ไม้กางเขน... เพราะบาปของข้า พระองค์ไม่ทรงปริปากกล่าวโทษข้าฯเลยแม้แต่คำเดียว...   สายพระเนตรที่ทั้งเหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลียและเจ็บปวด     ไม่มีแม้แต่เงาของการฝืนใจ...ทรงยอมให้เขาตรึงเพื่อไถ่ข้าฯให้เป็นไท...   เมื่อมองไปที่กางเขน.... ที่นั่น ข้าฯจึงเห็น พระเยซู เพื่อนผู้ยอมตายเพื่อเพื่อนจะได้ชีวิตนิรันดร์!

ขอบคุณเพื่อน

ขอบคุณ . . . สำหรับเพื่อนร่วมทางในวันที่เหงา
ขอบคุณ . . . วันเก่าๆ ที่ทำให้มีเราในวันนี้
ขอบคุณ . . . วันเวลาดีๆ
ขอบคุณ . . . เธอคนนี้ที่ได้มารักและผูกพัน

ชีวิตฉัน ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ก็ไม่มีอะไร ที่จะชี้วัดว่ามันจะคงมั่น
ขอเพียงวันเวลา ที่เราผ่านมากันและกัน
ทำให้เรารักแล้วเข้าใจกัน ในวันข้างหน้าก็เพียงพอ

ยังมีอีกหลายสิ่ง . . . ที่ฉันยังไม่รับรู้
ยังมีอีกหลายสิ่ง . . . ที่ฉันยังไม่เห็น
ยังมีอีกหลายสิ่ง . . . ที่ตัวฉันเป็น
ยังมีอีกหลายสิ่ง . . . ที่เธอยังไม่เห็นในตัวฉัน
อย่าสัญญาว่า . . . จะรักฉันตลอดไป
อย่าสัญญาว่า . . . จะรักฉันเพียงคนเดียว
อย่าสัญญาว่า . . . เธอจะไม่เปลี่ยนไป
อย่าสัญญาว่า . . . ระหว่างเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

คำสัญญา . . . ไม่ได้ทำให้เรารักกันตลอดไป
คำสัญญา . . . เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เรา ต้องผูกมัดกันไปมากกว่า
มีเพียงแค่วันเวลาที่จะบอกว่า . . . สุดท้ายใครคือคนที่จะก้าวไปกับเรา

หากยังไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจว่าคุณจะมั่นคงในความรักหรือไม่
ก็อย่าไปให้คำสัญญากับใครๆ ว่าคุณจะอยู่คู่กับเขาตลอดไป
เพราะมันจะเป็นการผูกมัด หรือให้ความหวังใครอีกคน
เมื่อมันไม่เป็นตามที่หวัง หรือที่คุณให้สัญญา
มันจะเป็นการทำร้ายเขา . . . อย่างโหดร้ายที่สุด

บทความ "เพื่อน"

บทความ "เพื่อน"
“เพื่อน….”
เพื่อน คือ คนแรกที่ทำให้เรารู้จักผู้อื่น เพื่อน คือ คนแปลกหน้าคนแรกที่ทำให้เรารู้จักความรัก นอกเหนือจากคนในครอบครัวที่เรารักกันมาตั้งแต่เกิด
เพื่อน ... โผล่หัวมาตอนโต ... เป็นใครไม่รู้ ... แล้วจู่ ๆ วันหนึ่งเราก็รักมันได้ ฉันมองความรักเพื่อน ...
เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยนะ
เพื่อน ... จะรักกันแบบพอดี ๆ ไม่หวง ... ไม่หึง ไม่ต้องการอะไรตอบแทน ... เรารักกันสบาย ๆ มีปัญหาปรึกษากัน มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน ... มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน แต่ในขณะเดียวกันต่างคนต่างกมีโลกเป็นของตัวเอง เธอมีแฟนฉันไม่ว่า ... เธอสนุกของเธอไป เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน
ไม่ต้องมาเจอกัน ... ก็ยังห่วงกัน ... ยังคิดถึงกัน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว ... เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าเราจะห่างกันอย่างไร ... เราจะคิดถึงกัน และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน ... เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่ ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่ ... ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ... มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข



คนบางคนบอกว่า... คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง แต่คุยกับแฟน กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง นี่แหละ... ที่มันเป็นความรักที่ประหลาด ... แต่งดงาม มันมีความเข้าใจ ...ไว้ใจ เชื่อใจในจุดสมดุล ลองเอาความรักแบบนี้ไปใช้กับคนอื่นดูบ้าง แล้วเราจะได้รับความรักตอบโดยไม่ต้องร้องขอเลย
นี่แหละ คือ เพื่อน
คุณเป็นเพื่อนกับใครหรือยัง?

ลักษณะของเพื่อน 8 ประเภท

ลักษณะของ “เพื่อน” 8 ประเภท
1.    เพื่อนเฉพาะกิจ    เพื่อนในที่นี้อาจจะเป็นแค่คนรู้จักแต่ไม่สนิทใจ เช่น พวกเพื่อนในกลุ่มทำรายงาน หรือ กลุ่มที่ช่วยทำกิจกรรม ลักษณะทั่วๆไปจะต้องทำร่วมในสิ่งเดียวกัน ในช่วงเวลาหนึ่งแต่ไม่ใช่ระยะเวลายาวนาน หลังจากการงานหรือกิจกรรมนั้นจบลง ก็จะเลิกติดต่อกัน เวลาเจอกันอาจจะมีการทักทายกันบ้างแบบเสียไม่ได้ เพื่อนแบบนี้จะหาได้ง่ายมากแต่ไม่มั่นคง
2.    เพื่อนกิน        เพื่อนแบบนี้คงไม่ค่อยมีใครอยากจะรู้จัก เพราะจากลักษณะนิสัยโดยรวม จะเป็นคนอ้วนและสามารถเกาะติดแน่น เพราะจะเอาแต่หาทางเกาะพวกเพื่อนๆ กินอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเมื่อไรที่เพื่อนๆ มีผลประโยชน์ต่อพวกเขา ก็จะโดดใส่แบบไม่ต้องเรียกหา จึงไม่ค่อยน่าจะผูกมิตรสักเท่าไร
3.    เพื่อนเที่ยว    กลุ่มนี้จะเหมาะกับวันเหงามากที่สุด จะเที่ยวกลางวันหรือกลางคืนก็ไม่สน เป็นไงเป็นกัน เรื่องเที่ยวขอให้บอก เวลาไปกันทีก็ไปเป็นกลุ่ม ช่างดูเฮฮาเสียนี่กระไร แต่ข้อห้าม ห้ามชวนไปหาความรู้โดยเด็ดขาด เขาไม่สามารถเป็นเพื่อนคุณได้หรอก
4.    เพื่อนนอน    เพื่อนพวกนี้จะเป็นประเภทบ้านช่องไม่มีอยู่ หรือไม่ก็ขอประหยัดค่าน้ำค่าไฟของบ้านตัวเอง โดยการไปนอนค้างอ้างแรมตามบ้านเพื่อนต่างๆ ถือคติค่ำไหนนอนนั่นจริงๆ บางครั้งอาจจะนึกว่าเขาเป็นเพื่อนซี้แต่เรามีข้อสังเกตง่ายๆ ว่าถ้ามานอนเป็นครั้งคราวไม่มีเหตุผล จะคิดถึงเราก็เปล่า มากี่ครั้งก็เอาแต่นอนเช้าก็ไป อันนี้ก็ขอให้ดูค่าน้ำค่าไฟบ้างนะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน
5.    เพื่อนช้างเม้าธ์    เพื่อนที่ชอบพูดคุยเรื่องของชาวบ้านอย่างสนุกปาก มีเพื่อนช่างเม้าธ์ก็ไม่เสียหลายหรอก เราจะได้อินไม่มีเอาธ์ แต่ต้องระวังว่าพอลับหลังคุณ คุณอาจโดนเม้าธ์ก็เป็นได้
6.    เพื่อนร่วมอุดมการณ์    ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายทางด้านการเมืองในปัจจุบันนี้ เราจะเห็นได้ว่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองในทิศทางเดียวกันนั้นมีมากมายเลยในเวลานี้
7.    เพื่อนที่รู้ใจ    อันนี้ออกแนวหวานแหววสุดฤทธิ์ค่ะ คงต้องออกแรงค้นหากันหน่อย เพราะมันคงหาไม่ได้ง่ายๆ ตามท้องถนนทั่วไป เพราะฉะนั้นถ้าหากหาเจอแล้วต้องรักษามิตรภาพให้มั่นคง อย่าให้ใครเขาแย่งไปได้
8.    เพื่อนแท้        เป็นเพื่อนที่หาได้ยากที่สุดในบรรดาเพื่อนทั้งหลาย เป็นเพื่อนที่กำลังสูญพันธุ์เข้าไปทุกทีในชีวิตจริง และเป็นบุคคลที่ใครๆก็ปรารถนามีไว้ครอบครองอย่างที่สุด

เพื่อนแท้

“เพื่อนแท้” คือมิตรที่พยายามส่งเสริมเรา ให้ความสนใจเรา
“เพื่อนแท้” คือบุคคลที่เราสามารถฝากชีวิตจิตใจได้โดยเฉพาะยามทุกข์ยากลำบาก
“เพื่อนแท้” คือคนที่ยินดีสละเวลา ทรัพย์สินเงินทองเพื่อเราได้
“เพื่อนแท้”คือผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ผู้ทำให้ชีวิตเปี่ยมด้วยความหมายและมีคุณค่าสูงสุด
“เพื่อนแท้” คือพันธสัญญาแห่งความเข้าใจที่ตรงกัน
“เพื่อนแท้” คือคนที่อยู่กับเราทุกสภาพชีวิตไม่ว่าเราจะมีชื่อเสียงหรือตกต่ำ
“เพื่อนแท้” คือบุคคลที่คบกับเราในลักษณะที่เราเป็นอยู่โดยที่เราไม่ต้องใส่หน้ากาก
“เพื่อนแท้” คือคนที่รักเรา แม้เราจะทำสิ่งไม่ดีที่สุดก็ตาม
“เพื่อนแท้” คือคนที่เผชิญความทุกข์ยากแล้วสวมหัวใจเดียวกัน สวมรองเท้าคู่เดียวกัน
“เพื่อนแท้” คือมิตรแท้ที่กล้าให้คำมั่นสัญญาต่อมิตรได้
“เพื่อนแท้” คือผู้ที่ยินดีเข้ามาในชีวิตเราขณะเมื่อคนทั้งโลกจากเราไป
“เพื่อนแท้” คือคนที่ยังอยู่กับเรา ร่วมทุกข์ร่วมสุขแม้ในเวลาที่เราไม่มีประโยชน์จะให้
“เพื่อนแท้” คือคนที่มีความเต็มใจช่วยเหลือเราโดยที่ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์
“เพื่อนแท้” คือคนที่เข้าใจเราได้โดยไม่จำเป็นต้องพูดมากเพราะเขาคุ้นเคยและรู้จักความคิดความอ่านของเรา แค่มองหน้าก็รู้ปัญหา แค่มองตาก็เข้าใจ
“เพื่อนแท้” คือผู้ที่หาโอกาสช่วยจัดสรรอย่างเต็มที่โดยที่เราไม่ต้องเอ่ยปากขอ
“เพื่อนแท้” คือคนที่ไม่ได้เห็นผิดเป็นชอบ แต่ตักเตือนเราไม่ให้หลงผิดและแนะนำทิศให้ถูกต้อง
“เพื่อนแท้” คือคนที่ยกโทษและให้อภัยเราได้ไม่จำกัดด้วยความยินดี
“เพื่อนแท้” คือคนที่ไม่ได้เห็นด้วยกับเราในทุกอย่างทุกครั้ง แต่เป็นคนที่คิดพิจารณาและตักเตือนเราด้วยในบางครั้ง
“เพื่อนแท้” คือคนที่ช่วยเราอย่างครบถ้วนจนกว่าปัญหาของเราจะหมดไป
“เพื่อนแท้” คือคนที่ช่วยให้คุณเห็นค่าของคำว่า “มิตรภาพ”
“เพื่อนแท้” คือคนที่ให้ไหล่ไวซับน้ำตา
“เพื่อนแท้” คือคนที่คุณอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความเงียบแล้วไม่อึดอัด
แล้วนิยามคำว่า “เพื่อนแท้” ของคุณล่ะเป็นแบบไหน???

เพื่อนเท่านั้นจะไม่ลืมกัน!

เพื่อนเท่านั้น จะไม่ลืมกัน
ถึงเเม้กาลเวลาเก่าๆ กำลังจะเลือนหายไป
รอยยิ้มเก่าๆ ลายมือเก่าๆ ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมี
เก้าอี้ตัวเดิม โต๊ะตัวเดิมที่เราเคยนั่งด้วยกัน
มุมๆเก่า ที่ที่เป็นมุมขาเม้าท์ที่ให้เราซุบซิบกัน
มันกำลังจะเลือนหายไปเพราะเราต้องจากกัน
คนละที่ คนละ รร. ไม่สำคัญว่าเราจะจากกันไกลเเค่ไหน 
นานเท่าใด
สำคัญเพียงว่าเราจะจำเพื่อนที่เเสนดีคนนี้ได้มากเเค่ไหน
เเละคิดจะจดจำเขาไว้หรือเปล่า
**********

อยากให้เธออยู่ตรงนี้
เป็นเพื่อนที่แสนดีข้าง ๆ ฉัน
มีความรู้สึกดี ๆ มาแบ่งปัน
เป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไป

วันเกิดของเธอในปีนี้
ฉันก็มีความรู้สึกดี ๆ มามอบให้
อยากให้เธอช่วยดูแลด้วยหัวใจ
หากมีใจช่วยเก็บไว้ให้ดี ๆ

ฤดูกาลผันผ่าน
อาจเปลี่ยนวันวานตามไปได้
แต่ตราบใดที่ภาษายังไม่เปลี่ยนไป
คำว่า "เพื่อน" เขียนอย่างไร
ความหมายย่อมเหมือนเดิม

ไม่มีเงินเป็นล้านมาส่งให้
มีแต่ใจกับตัวร่วมผสม
ฝากความสุขพร้อมกับความรื่นรมย์
ให้ชื่นชมยินดีปีใหม่เอย

ส่งความสุขมาเผื่อเธอ
ขอให้เจอะเจอแต่ความสมหวัง
กับความรักที่มีให้อย่างจริงจัง
ขอให้เธอสุขสมดังฝันที่ตั้งใจ

Happy Birthday นะคนดี
รู้ว่าวันนี้..เธอคงสุขสันต์
เพราะมีใครบางคน happy ด้วยกัน
พร้อมกับของขวัญที่เธอพอใจ..
ไม่ได้จะวุ่นวายกับเธอหรอก
แค่อยากบอกให้เธอรู้เอาไว้
จะวันเกิดวันนี้ - - หรือวันอื่นต่อๆ ไป
เธอยังมีความห่วงใย - - จากใครบางคน

มีเพื่อนใครไม่ได้เรื่องเท่าเพื่อนฉัน
วันทั้งวันสร้างปัญหามาใส่หัว
กินกับนอนจนขนอ่อนขึ้นเต็มตัว
แต่ก็กลัวมันเลิกคบเคยคบมัน...

เป็นอีกบทบันทึกหนึ่งในหัวใจ
ที่ฉันจะจดจำไว้--ตราบวันหน้า
เป็นความงดงามอีกช่วงหนึ่งของเวลา
ที่มีค่ามากเกินกว่าจะลืมเลือน
สิ่งหนึ่งที่ฉันจะนำติดตัวไป
คือความอบอุ่นในความหมายของความเป็นเพื่อน
อีกเนิ่นนานเท่าไร--ไม่อาจเลือน --
เธอจะเป็นคนรู้จักอีกคนหนึ่ง
ที่ฉันจะนิยามเป็นคำว่า "เพื่อน" ไว้ที่ใจ...

ทะเลหมอกและดอกหญ้าภูผาและฟ้าใส
นกน้อยและกลอยใจ สายใยและไมตรี
นี่คือสายใยรักที่มักไม่หลีกหนี
หยิบยื่นสิ่งที่ดี แด่เพื่อนที่ห่างไกล...

คำว่าเพื่อนมีความหมายมากมายนัก
แปลว่า รัก ภักดี มีใจให้
แปลว่า คอย ห่วงหา และอาลัย
แปลว่า มี อภัยให้แก่กัน

ไม่มีมิตรภาพใด-ใด
ที่จะคงไว้ได้นานเท่าความเป็นเพื่อน
จะเนิ่นนานเพียงใดก็ไม่ถูกลบเลือน
ความเป็นเพื่อนนั้นคงอยู่ตลอดไป
จึงอยากบอกเธอให้รู้ไว้
ความรักที่เธอได้มอบให้กับฉัน
ช่วยเปลี่ยนได้ไหม...เป็นความผูกพัน
ความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน...ตลอดไป

โรงเรียนหยุดตั้งหลายวัน
ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะคิดถึงกันบ้างไหม
ไม่มีใครให้กัด เหงาซะมัด ไม่รู้เป็นไง
แล้วพวกเธอล่ะ เป็นเหมือนกันมั้ย
วันไหนๆ ก็อยากเจอ

รักเธอนะ...อยากให้รู้ว่ารักมาก
แต่ว่าคำพูดจาจากปาก
ไม่อาจบอกว่ามากแค่ไหน
มองที่แววตา หวังว่าคงเข้าใจ
กับความรู้สึกที่มากมาย
ที่อยากมอบไว้ให้เพื่อนเกลอ

วันนี้วันเกิดใครเอ่ย
ใช่แน่เลยชัวร์ป้าบวันนี้
ไม่เลยไม่ขาดพอดีพอดี
สรุปว่าวันนี้มีคนชราเพิ่ม 1 คน

แม้ไม่ได้เจอกันทุกวัน
แม้ไม่ได้เห็นหน้ากันทุกคืน
แต่มิตรภาพที่หยิบยื่น
คือความพอดีของความผูกพัน
กับวันเวลาที่ผ่านมา
ช่วยทำให้เรารู้ซึ้งว่า "เพื่อน" มีค่าแค่ไหน
แม้วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป
แต่ความรู้สึกดี-ดีในใจ จะคงอยู่ตลอดไป ไม่มีลืม

ไปไหนมาสาวหน้าเป็ด
หัวเป็นเห็ด ตัวเป็นหนอน
ถึงจะเบอะอย่างไร เราก็ยอม
เพราะเราพร้อมเป็นเพื่อนกับเธอไง

กริ้งกร้างถึงกันหน่อย
อย่าปล่อยให้เพื่อนคนนี้ต้องเหงา
เงินที่จ่ายไปจะไม่สูญเสียไปเปล่าๆ
เพราะความเป็นเพื่อนของเรา จะยิ่งยืนยาวตลอดไป
หรือถ้ายังไม่รวย
ก็อาศัยลายมือสวยๆ ส่งแทนก็ได้
แต่อย่าลืมนะ! ต้องติดแสตมป์ลงไป
เดี๋ยวไปรษณีย์จะหมันไส้.....เก็บเงินปลายทาง

เพื่อนคนนี้งอนแล้วนะ
ก็เธอน่ะทำตัวห่างเหิน
ดูเหมือนจะแยกทางเดิน
เพราะมัวเพลินกับคนที่รู้ใจ...
ไม่ใช่ว่าอิจฉา
แต่อย่าให้ความเป็นเพื่อนลบเลือนได้ไหม
เพราะระหว่างเรามีแต่ความจริงใจ
เพื่อนยังสำคัญอยู่ใช่ไหม.....คนดี

Cin Jia U E, Cin Nee Huad Chai
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
เงินไหลมากอง ทองไหลมาทับ
ถ้าเรียนนั่งหลับ ขอให้อาภัพเกรด A

เห็นเพื่อนซี้อกหัก...
เพราะคนรักควงแฟนใหม่
เราทำได้แค่ให้กำลังใจ
ช่วยอะไรไม่ได้หรอกเพื่อนเอย
"ตัดใจจากเค้าซะ"
บอกได้เท่านี้ละเกลอเอ๋ย
 X เรื่องอย่างนี้เราก็เคย
ยังเอาตัวไม่รอดเลย
..จะช่วยเพื่อนได้ยังไง..

อยากจะเป็นอะไร
ขอให้ได้เป็นอย่างนั้น
อะไรที่เธอใฝ่ฝัน
ขอให้สิ่งนั้นเป็นจริง
ฉันเชื่อว่าเธอทำได้
ฝันอะไรไว้มากมายหลายสิ่ง
ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอจริง ๆ
มั่นใจในทุกสิ่งที่เป็นเธอ

ถ้าโลกนี้เป็นสีชมพู
ลองคิดดูว่าจะน่าอยู่สักแค่ไหน
แต่ช่างเถอะไม่ว่าโลกนี้สีอะไร
ขอแค่มีเพื่อนอยู่ใกล้ๆก็เพียงพอ...

เธอถามฉัน
ถึงของขวัญที่ปรารถนา
จะบอกได้อย่างไรว่า
ของขวัญที่มีค่า
คือ..อยากมีเธอยืนอยู่ข้างหน้าตรงนี้ไง

ดีใจได้พบเพื่อน แม้ลางเลือนเรื่องครั้งก่อน
ความรักความอาทร ยังแน่นอนและแน่ใจ
ห่างหายกันหลายปี เจอกันทีก็ดีใจ
เจอแล้วก็จากไป แต่อย่างไร..เราเพื่อนกัน
พบเจอทางที่ค้น แต่ละคนแต่ละฝัน
หลายทางหนึ่งสัมพันธ์ คือนิรันดร์..คือย้ำเตือน
เคยเล่นเคยหยอกล้อ เคยงอนง้อ..เคยเป็นเพื่อน
กี่วันกี่ปีเดือน ยังคงเหมือนเคยอยู่ดี
อยากพบอยากทายทัก อยากหยุดพัก ณ ยามนี้
กาลหมุนทุกนาที ทางที่มี..เริ่มห่างกัน
นานแล้วกว่าได้พบ ไม่อยากจบ..ด้วยหมางเมิน
รู้ไหมนานเหลือเกิน กว่าทางเดินเชื่อมถึงกัน
ขอคุยขออีกนิด เพื่อนสนิท..อย่าลืมฉัน
สัญญา..ขอยืนยัน จะคงมั่น..ฉันเพื่อนเธอ

ขอพรจากดวงดาว
หยิบเมฆขาวมาห่มให้
ฟ้ากว้าง ต่างดวงใจ
โอบเธอไว้ทุกนาที
ขอแสงทองเมื่อรุ่งสาง
ส่องทางให้เธอทุกที่
ทุกปรารถนาที่ฉันมี
เพื่อนคนดี เพื่อเธอ

วันเวลาแห่งความสุข
มักจะสั้นแต่มันก็มีคุณค่าในตัวเองเสมอ
ความทรงจำดี ๆ มากมายที่ได้เจอ
อย่างน้อยก็ทำให้ได้เจอเพื่อนดี ๆ อย่างเธอเพิ่มอีกคน

ในนิยามของคำว่าเพื่อน
เธอทำให้รู้สึกเหมือนเธอเป็นได้มากกว่า
อบอุ่นจริงใจและห่วงใยเสมอมา
อยู่ตรงไหนก็รู้ว่ายังผูกพัน
และเป็นความผูกพันที่เหนียวแน่น
เพื่อนอื่นหมื่นแสนแทนพวกเธอไม่ได้ทั้งนั้น
ขอบคุณมากนะกับใจจริงที่ให้กัน
และจะเป็นเพื่อนที่แสนดีตลอดไปเช่นกันให้...สัญญา...

ตอนแรกว่าจะคว้าดาวมาให้
แต่มันอยู่สูงเกินไปเอื้อมไม่ถึง
เลยมีแต่การ์ดแทนใจใบนึง
กับข้อความซึ้งๆ
ที่ฉันเขียนจาก ก้นบึง ของหัวใจ

ฉันผูกใจไว้กับการมีเพื่อน
ฉันผูกเงื่อนงามเปี่ยมด้วยความหมาย
ฉันผูกความเป็นเพื่อนด้วยเงื่อนตาย
ฉันผูกสายใยรักกับเพื่อนนับเดือนปี
ต่างสายเลือดกลับผูกได้เป็นสายร่วม
เรียงร้อยรวมทุกใจไปทุกที่
คือเงื่อนรักที่ผูกไว้จากไมตรี
โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย

เพียงแค่ขอให้ใจเราคิด
เพียงแค่ขอให้ใจเราฝัน
เพียงแค่ขอให้ใจเราผูกพันธ์
เพียงแค่ขอเป็นเพื่อนกันตลอดไป
(คนผิวดำ 18/05/2006)

ตอนแรกว่าจะคว้าดาวมาให้
แต่มันอยู่สูงเกินไปเอื้อมไม่ถึง
เลยมีแต่การ์ดแทนใจใบนึง
กับข้อความซึ้งๆ
ที่เขียนจาก ก้นบึง ของหัวใจ
ก็เลยไม่มีสิ่งใดจะมอบให้
นอกจาก....ความจริงใจที่เต็มปรี่
เริ่มต้นผูกพันกันวันนี้
เพื่อมิตรไมตรีที่ดี..ตลอดไป

ฉันอาจไม่มีเวลาให้
เธออาจยุ่งเกินไป เลยไม่มาหาฉัน
เราอาจไม่ได้พบเจอ กันและกัน
ต่างคนก็ต่างมีธุระสำคัญ ของตน
ระยะทาง ไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหน
เวลา ที่นานเท่าไหร่ ฉันไม่สน
อยากให้เธอรู้ไว้เท่านั้น ยังมีฉันอีกหนึ่งคน
ที่เมื่อเธอสับสน ฉันจะเป็นคน ข้างๆ กาย
เพราะความที่เรา "เป็นเพื่อน"
ความรักเราจึงไม่เคยบิดเบือน เลือนหาย
ที่ห่างกันจริงๆ เพียงกาย
แต่ที่อยู่ใกล้ๆ คือหัวใจ ที่ให้กัน

ที่เราเอาบทนิยามเรื่องนี้มาให้คุณๆได้อ่าน ไม่ใช้ว่าทำไปเล่นๆ เมื่อไม่มีอะไรทำ เเต่เราทำไปเพื่ออยากให้เพื่อนที่เเสนดีของเราได้มาอ่านมัน เพื่อนที่เราจะได้กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

เพื่อนเท่านั้นจะไม่ลืมกัน!

เพื่อนเท่านั้น จะไม่ลืมกัน
ถึงเเม้กาลเวลาเก่าๆ กำลังจะเลือนหายไป
รอยยิ้มเก่าๆ ลายมือเก่าๆ ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมี
เก้าอี้ตัวเดิม โต๊ะตัวเดิมที่เราเคยนั่งด้วยกัน
มุมๆเก่า ที่ที่เป็นมุมขาเม้าท์ที่ให้เราซุบซิบกัน
มันกำลังจะเลือนหายไปเพราะเราต้องจากกัน
คนละที่ คนละ รร. ไม่สำคัญว่าเราจะจากกันไกลเเค่ไหน 
นานเท่าใด
สำคัญเพียงว่าเราจะจำเพื่อนที่เเสนดีคนนี้ได้มากเเค่ไหน
เเละคิดจะจดจำเขาไว้หรือเปล่า
**********

อยากให้เธออยู่ตรงนี้
เป็นเพื่อนที่แสนดีข้าง ๆ ฉัน
มีความรู้สึกดี ๆ มาแบ่งปัน
เป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไป

วันเกิดของเธอในปีนี้
ฉันก็มีความรู้สึกดี ๆ มามอบให้
อยากให้เธอช่วยดูแลด้วยหัวใจ
หากมีใจช่วยเก็บไว้ให้ดี ๆ

ฤดูกาลผันผ่าน
อาจเปลี่ยนวันวานตามไปได้
แต่ตราบใดที่ภาษายังไม่เปลี่ยนไป
คำว่า "เพื่อน" เขียนอย่างไร
ความหมายย่อมเหมือนเดิม

ไม่มีเงินเป็นล้านมาส่งให้
มีแต่ใจกับตัวร่วมผสม
ฝากความสุขพร้อมกับความรื่นรมย์
ให้ชื่นชมยินดีปีใหม่เอย

ส่งความสุขมาเผื่อเธอ
ขอให้เจอะเจอแต่ความสมหวัง
กับความรักที่มีให้อย่างจริงจัง
ขอให้เธอสุขสมดังฝันที่ตั้งใจ

Happy Birthday นะคนดี
รู้ว่าวันนี้..เธอคงสุขสันต์
เพราะมีใครบางคน happy ด้วยกัน
พร้อมกับของขวัญที่เธอพอใจ..
ไม่ได้จะวุ่นวายกับเธอหรอก
แค่อยากบอกให้เธอรู้เอาไว้
จะวันเกิดวันนี้ - - หรือวันอื่นต่อๆ ไป
เธอยังมีความห่วงใย - - จากใครบางคน

มีเพื่อนใครไม่ได้เรื่องเท่าเพื่อนฉัน
วันทั้งวันสร้างปัญหามาใส่หัว
กินกับนอนจนขนอ่อนขึ้นเต็มตัว
แต่ก็กลัวมันเลิกคบเคยคบมัน...

เป็นอีกบทบันทึกหนึ่งในหัวใจ
ที่ฉันจะจดจำไว้--ตราบวันหน้า
เป็นความงดงามอีกช่วงหนึ่งของเวลา
ที่มีค่ามากเกินกว่าจะลืมเลือน
สิ่งหนึ่งที่ฉันจะนำติดตัวไป
คือความอบอุ่นในความหมายของความเป็นเพื่อน
อีกเนิ่นนานเท่าไร--ไม่อาจเลือน --
เธอจะเป็นคนรู้จักอีกคนหนึ่ง
ที่ฉันจะนิยามเป็นคำว่า "เพื่อน" ไว้ที่ใจ...

ทะเลหมอกและดอกหญ้าภูผาและฟ้าใส
นกน้อยและกลอยใจ สายใยและไมตรี
นี่คือสายใยรักที่มักไม่หลีกหนี
หยิบยื่นสิ่งที่ดี แด่เพื่อนที่ห่างไกล...

คำว่าเพื่อนมีความหมายมากมายนัก
แปลว่า รัก ภักดี มีใจให้
แปลว่า คอย ห่วงหา และอาลัย
แปลว่า มี อภัยให้แก่กัน

ไม่มีมิตรภาพใด-ใด
ที่จะคงไว้ได้นานเท่าความเป็นเพื่อน
จะเนิ่นนานเพียงใดก็ไม่ถูกลบเลือน
ความเป็นเพื่อนนั้นคงอยู่ตลอดไป
จึงอยากบอกเธอให้รู้ไว้
ความรักที่เธอได้มอบให้กับฉัน
ช่วยเปลี่ยนได้ไหม...เป็นความผูกพัน
ความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน...ตลอดไป

โรงเรียนหยุดตั้งหลายวัน
ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะคิดถึงกันบ้างไหม
ไม่มีใครให้กัด เหงาซะมัด ไม่รู้เป็นไง
แล้วพวกเธอล่ะ เป็นเหมือนกันมั้ย
วันไหนๆ ก็อยากเจอ

รักเธอนะ...อยากให้รู้ว่ารักมาก
แต่ว่าคำพูดจาจากปาก
ไม่อาจบอกว่ามากแค่ไหน
มองที่แววตา หวังว่าคงเข้าใจ
กับความรู้สึกที่มากมาย
ที่อยากมอบไว้ให้เพื่อนเกลอ

วันนี้วันเกิดใครเอ่ย
ใช่แน่เลยชัวร์ป้าบวันนี้
ไม่เลยไม่ขาดพอดีพอดี
สรุปว่าวันนี้มีคนชราเพิ่ม 1 คน

แม้ไม่ได้เจอกันทุกวัน
แม้ไม่ได้เห็นหน้ากันทุกคืน
แต่มิตรภาพที่หยิบยื่น
คือความพอดีของความผูกพัน
กับวันเวลาที่ผ่านมา
ช่วยทำให้เรารู้ซึ้งว่า "เพื่อน" มีค่าแค่ไหน
แม้วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป
แต่ความรู้สึกดี-ดีในใจ จะคงอยู่ตลอดไป ไม่มีลืม

ไปไหนมาสาวหน้าเป็ด
หัวเป็นเห็ด ตัวเป็นหนอน
ถึงจะเบอะอย่างไร เราก็ยอม
เพราะเราพร้อมเป็นเพื่อนกับเธอไง

กริ้งกร้างถึงกันหน่อย
อย่าปล่อยให้เพื่อนคนนี้ต้องเหงา
เงินที่จ่ายไปจะไม่สูญเสียไปเปล่าๆ
เพราะความเป็นเพื่อนของเรา จะยิ่งยืนยาวตลอดไป
หรือถ้ายังไม่รวย
ก็อาศัยลายมือสวยๆ ส่งแทนก็ได้
แต่อย่าลืมนะ! ต้องติดแสตมป์ลงไป
เดี๋ยวไปรษณีย์จะหมันไส้.....เก็บเงินปลายทาง

เพื่อนคนนี้งอนแล้วนะ
ก็เธอน่ะทำตัวห่างเหิน
ดูเหมือนจะแยกทางเดิน
เพราะมัวเพลินกับคนที่รู้ใจ...
ไม่ใช่ว่าอิจฉา
แต่อย่าให้ความเป็นเพื่อนลบเลือนได้ไหม
เพราะระหว่างเรามีแต่ความจริงใจ
เพื่อนยังสำคัญอยู่ใช่ไหม.....คนดี

Cin Jia U E, Cin Nee Huad Chai
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
เงินไหลมากอง ทองไหลมาทับ
ถ้าเรียนนั่งหลับ ขอให้อาภัพเกรด A

เห็นเพื่อนซี้อกหัก...
เพราะคนรักควงแฟนใหม่
เราทำได้แค่ให้กำลังใจ
ช่วยอะไรไม่ได้หรอกเพื่อนเอย
"ตัดใจจากเค้าซะ"
บอกได้เท่านี้ละเกลอเอ๋ย
 X เรื่องอย่างนี้เราก็เคย
ยังเอาตัวไม่รอดเลย
..จะช่วยเพื่อนได้ยังไง..

อยากจะเป็นอะไร
ขอให้ได้เป็นอย่างนั้น
อะไรที่เธอใฝ่ฝัน
ขอให้สิ่งนั้นเป็นจริง
ฉันเชื่อว่าเธอทำได้
ฝันอะไรไว้มากมายหลายสิ่ง
ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอจริง ๆ
มั่นใจในทุกสิ่งที่เป็นเธอ

ถ้าโลกนี้เป็นสีชมพู
ลองคิดดูว่าจะน่าอยู่สักแค่ไหน
แต่ช่างเถอะไม่ว่าโลกนี้สีอะไร
ขอแค่มีเพื่อนอยู่ใกล้ๆก็เพียงพอ...

เธอถามฉัน
ถึงของขวัญที่ปรารถนา
จะบอกได้อย่างไรว่า
ของขวัญที่มีค่า
คือ..อยากมีเธอยืนอยู่ข้างหน้าตรงนี้ไง

ดีใจได้พบเพื่อน แม้ลางเลือนเรื่องครั้งก่อน
ความรักความอาทร ยังแน่นอนและแน่ใจ
ห่างหายกันหลายปี เจอกันทีก็ดีใจ
เจอแล้วก็จากไป แต่อย่างไร..เราเพื่อนกัน
พบเจอทางที่ค้น แต่ละคนแต่ละฝัน
หลายทางหนึ่งสัมพันธ์ คือนิรันดร์..คือย้ำเตือน
เคยเล่นเคยหยอกล้อ เคยงอนง้อ..เคยเป็นเพื่อน
กี่วันกี่ปีเดือน ยังคงเหมือนเคยอยู่ดี
อยากพบอยากทายทัก อยากหยุดพัก ณ ยามนี้
กาลหมุนทุกนาที ทางที่มี..เริ่มห่างกัน
นานแล้วกว่าได้พบ ไม่อยากจบ..ด้วยหมางเมิน
รู้ไหมนานเหลือเกิน กว่าทางเดินเชื่อมถึงกัน
ขอคุยขออีกนิด เพื่อนสนิท..อย่าลืมฉัน
สัญญา..ขอยืนยัน จะคงมั่น..ฉันเพื่อนเธอ

ขอพรจากดวงดาว
หยิบเมฆขาวมาห่มให้
ฟ้ากว้าง ต่างดวงใจ
โอบเธอไว้ทุกนาที
ขอแสงทองเมื่อรุ่งสาง
ส่องทางให้เธอทุกที่
ทุกปรารถนาที่ฉันมี
เพื่อนคนดี เพื่อเธอ

วันเวลาแห่งความสุข
มักจะสั้นแต่มันก็มีคุณค่าในตัวเองเสมอ
ความทรงจำดี ๆ มากมายที่ได้เจอ
อย่างน้อยก็ทำให้ได้เจอเพื่อนดี ๆ อย่างเธอเพิ่มอีกคน

ในนิยามของคำว่าเพื่อน
เธอทำให้รู้สึกเหมือนเธอเป็นได้มากกว่า
อบอุ่นจริงใจและห่วงใยเสมอมา
อยู่ตรงไหนก็รู้ว่ายังผูกพัน
และเป็นความผูกพันที่เหนียวแน่น
เพื่อนอื่นหมื่นแสนแทนพวกเธอไม่ได้ทั้งนั้น
ขอบคุณมากนะกับใจจริงที่ให้กัน
และจะเป็นเพื่อนที่แสนดีตลอดไปเช่นกันให้...สัญญา...

ตอนแรกว่าจะคว้าดาวมาให้
แต่มันอยู่สูงเกินไปเอื้อมไม่ถึง
เลยมีแต่การ์ดแทนใจใบนึง
กับข้อความซึ้งๆ
ที่ฉันเขียนจาก ก้นบึง ของหัวใจ

ฉันผูกใจไว้กับการมีเพื่อน
ฉันผูกเงื่อนงามเปี่ยมด้วยความหมาย
ฉันผูกความเป็นเพื่อนด้วยเงื่อนตาย
ฉันผูกสายใยรักกับเพื่อนนับเดือนปี
ต่างสายเลือดกลับผูกได้เป็นสายร่วม
เรียงร้อยรวมทุกใจไปทุกที่
คือเงื่อนรักที่ผูกไว้จากไมตรี
โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย

เพียงแค่ขอให้ใจเราคิด
เพียงแค่ขอให้ใจเราฝัน
เพียงแค่ขอให้ใจเราผูกพันธ์
เพียงแค่ขอเป็นเพื่อนกันตลอดไป
(คนผิวดำ 18/05/2006)

ตอนแรกว่าจะคว้าดาวมาให้
แต่มันอยู่สูงเกินไปเอื้อมไม่ถึง
เลยมีแต่การ์ดแทนใจใบนึง
กับข้อความซึ้งๆ
ที่เขียนจาก ก้นบึง ของหัวใจ
ก็เลยไม่มีสิ่งใดจะมอบให้
นอกจาก....ความจริงใจที่เต็มปรี่
เริ่มต้นผูกพันกันวันนี้
เพื่อมิตรไมตรีที่ดี..ตลอดไป

ฉันอาจไม่มีเวลาให้
เธออาจยุ่งเกินไป เลยไม่มาหาฉัน
เราอาจไม่ได้พบเจอ กันและกัน
ต่างคนก็ต่างมีธุระสำคัญ ของตน
ระยะทาง ไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหน
เวลา ที่นานเท่าไหร่ ฉันไม่สน
อยากให้เธอรู้ไว้เท่านั้น ยังมีฉันอีกหนึ่งคน
ที่เมื่อเธอสับสน ฉันจะเป็นคน ข้างๆ กาย
เพราะความที่เรา "เป็นเพื่อน"
ความรักเราจึงไม่เคยบิดเบือน เลือนหาย
ที่ห่างกันจริงๆ เพียงกาย
แต่ที่อยู่ใกล้ๆ คือหัวใจ ที่ให้กัน

ที่เราเอาบทนิยามเรื่องนี้มาให้คุณๆได้อ่าน ไม่ใช้ว่าทำไปเล่นๆ เมื่อไม่มีอะไรทำ เเต่เราทำไปเพื่ออยากให้เพื่อนที่เเสนดีของเราได้มาอ่านมัน เพื่อนที่เราจะได้กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

~~~~เพื่อน~~~~

~~~~เพื่อน~~~~เพราะเพื่อน ..
เหมือนเสี้ยวหนึ่งของหัวใจ
รัก..ที่มีความสุข เเม้จะไม่มีสิ่งใดตอบเเทน
รัก..ที่ที่ทำให้ยิ้มไปด้วยกันเมื่อเรายิ้ม เเละร้องให้ด้วยกันเพราะเราเศร้า
ไม่ได้เกิดมาพร้อมหน้าที่ .. อย่างคำว่า .. พ่อแม่
ไม่ได้จบลงพร้อมหน้าที่ .. อย่างคำว่า .. แฟน

แต่เกิดจาก ..
การกระทำซึ่งกันและกัน
จะอยู่หรือไป .. ใช้ "ใจ" เป็นเกณฑ์
จะอีกกี่นาน .. เพื่อนก็ยังเป็นทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ไม่มีวันเลือนหาย
เพื่อนคือคนที่เรามั่นใจ อยากไปหามากที่สุด ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข

เพื่อนคือคนที่เราไม่ต้องนอนร้องไห้ คอยโทรศัพท์ทั้งคืน .. เพื่อนก็โทรมาหา

ฐานะ .. ไม่ใช่ตัววัดว่าใครเหมาะสมจะเป็นเพื่อนใคร
หน้าตา ..ไม่ใช่มาตรฐานบอกว่า ใครควรจะเป็นเพื่อนใคร
แต่น้ำใจ .. จะเป็นเครื่องชี้ให้เรารู้ว่า ใครที่ควรจะเป็นเพื่อนของเรามากกว่า

เพื่อนคือ .. คนที่แอบมาปรุงแต่งชิวิตเรา ซะจนกลายเป็นอาหารจานแปลก
มีทั้ง หวาน ขม อม เปรี้ยว
เดี๋ยวเติมความห่วงใย เดี๋ยวใส่ความรัก
หมักความผูกผันจนได้ที่
สุดท้ายก็กลายเป็นอาหารจานดี ที่ไม่มีผีกชีโรยหน้า
แต่ว่าเติมความจริงใจได้จนเต็มจาน

เพื่อน .. ก็เหมือนเสื้อตัวเก่ง
ที่เราจะหยิบมาใส่ทุกครั้งที่เราต้องการรความมั่นใจ
และเมื่อพ้นเวลานั้นไป..
เสื้อตัวนี้ก็ยังแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าใบเดิมเสมอ
เหมือนกับเพื่อนที่จะอยู่กับเราในวันที่เราไม่สบายใจ




เพื่อนมีอะไรหลายอย่างที่เราไมได้จากใคร 

วิธีรักษาเพื่อน

แม่ลูกคู่หนึ่งเดินบนชายหาด แล้วลูกก็ถามแม่ว่า "แม่ครับทำอย่างไรจึงจะรักษาเพื่อนให้รักและอยู่กับเรานานๆ"
แม่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ก้มลง เอามือทั้งสองกำทรายแล้วชูให้ลูกดู จากนั้นแม่ก็บีบมือข้างหนึ่งให้แน่น
..............................................................
ทันใดนั้นเองทรายก็ไหลออกจากมือข้างนั้นเรื่อยๆ แม่บีบมืออยู่พักหนึ่ง แล้วก็แบมือให้ลูกดูมือข้างที่บีบแน่นหรือทรายอยู่เพียงเล็กน้อย
.....................................................................
แต่มือข้างที่กำอย่างหลวมๆยังคงมีทรายอยู่เต็ม เมื่อลูกเห็นดังนั้นก็นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดกับแม่ขึ้นว่าผมเข้าใจแล้วครับ
...............................
...................................
......................................................
แล้วคุณเข้าใจไหมว่าอะไร........

เพื่อนหรือเพื่อนแท้ คุณจะดูออไหม?

เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้
เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ

เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้ชื่อพ่อแม่ของคุณ
เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในสมุดจดโทรศัพท์ของเขา

เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อช่วยเตรียมงาน

เพื่อนทั่วไปอยากคุยกับคุณถึงปัญหาของเขา
เพื่อนแท้อยากช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณออกไป

เพื่อนทั่วไปจะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ
เพื่อนแท้สามารถเอาเรื่องนี้มาอำคุณได้

เพื่อนทั่วไปเวลามาเยี่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก
เพื่อนแท้จะตรงรี่ไปเปิดตู้เย็นและบริการตนเอง

เพื่อนทั่วไปคิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะถกเถียง
เพื่อนแท้รู้ดีว่านั่นจะมิใช่มิตรภาพจนกว่าคุณได้เคยวิวาทกัน

เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงคุณตลอดไป

เพื่อนทั่วไปจะอ่านข้อความนี้แล้วโยนลงถังขยะ
เพื่อนแท้จะเฝ้าส่งต่อๆไปจนกว่าจะมั่นใจว่ามันได้ถึงมือผู้รับ

ส่งผ่านให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย
หากคุณได้รับมันกลับมา
นั่นหมายว่าคุณได้พบเพื่อนแท้แล้ว

สำคัญที่ว่าคุณเป็นเพื่อน แท้ของใคร ในตอนนี้
แต่ ที่สำคัญกว่า คือ ดูคนรอบๆ ข้างคุณ ซะมั่ง ว่า ตอนนี้ใคร เป็นเพื่อนแท้ ของคุณ

เพื่อนที่ดีของคุณ

อย่าร้องไห้นะ และเราก็หวังที่จะได้รับเมล์กลับ
---- ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้สีเทียนสีแดงกับคุณ
เมื่อมีเหลือแต่สีเทียนสีดำทะมึน
---- ความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
---- ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
---- ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ
เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
---- ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก หรือเอ็มกลิ่นแรง
---- ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
---- ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ
เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
-----------------------------------------------------------------------------------
---- ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
---- ความคิดสมัย ม.2 เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม
และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
---- ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดี
คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
---- ความคิดสมัย ม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียน
เพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
---- ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
---- ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
---- ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ
ในใจ แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัว
พร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ ?รักคุณ?
ส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่า และเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย?
ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน
หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน
หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร
ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้
บอกความรู้สึกซะ ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ
การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป
ภายใน 1 ชม. คุณต้องส่งเมล์นี้ให้คนอื่น
เพื่อให้เค้าได้รู้ว่าเค้ามีความหมายสำหรับคุณนะ
ถ้าคุณกำลังยุ่งละก้อ.. คิดซะว่าใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีเองน่า..
ที่จะบอกความรู้สึกนี้ออกไป มันจะดีกว่าเยอะเลยนะ
ถ้าคุณส่งเมล์นี้ต่อไปน่ะ
เอาล่ะ ตกลงกันแล้วนะ ส่งเมล์นี้ต่อไปอย่างน้อย 10 คน
ภายในหนึ่งชม. ที่ได้รับเมล์นี้
คนที่ห่วงใยคุณมอบความอบอุ่นให้คุณ
และความอบอุ่นนั้นก็มาจากการรักผู้อื่น

เพื่อนที่ดีของคุณ

อย่าร้องไห้นะ และเราก็หวังที่จะได้รับเมล์กลับ
---- ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้สีเทียนสีแดงกับคุณ
เมื่อมีเหลือแต่สีเทียนสีดำทะมึน
---- ความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
---- ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
---- ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ
เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
---- ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก หรือเอ็มกลิ่นแรง
---- ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
---- ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ
เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
-----------------------------------------------------------------------------------
---- ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
---- ความคิดสมัย ม.2 เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม
และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
---- ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดี
คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
---- ความคิดสมัย ม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียน
เพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
---- ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
---- ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
---- ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ
ในใจ แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัว
พร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ ?รักคุณ?
ส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่า และเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย?
ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน
หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน
หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร
ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้
บอกความรู้สึกซะ ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ
การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป
ภายใน 1 ชม. คุณต้องส่งเมล์นี้ให้คนอื่น
เพื่อให้เค้าได้รู้ว่าเค้ามีความหมายสำหรับคุณนะ
ถ้าคุณกำลังยุ่งละก้อ.. คิดซะว่าใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีเองน่า..
ที่จะบอกความรู้สึกนี้ออกไป มันจะดีกว่าเยอะเลยนะ
ถ้าคุณส่งเมล์นี้ต่อไปน่ะ
เอาล่ะ ตกลงกันแล้วนะ ส่งเมล์นี้ต่อไปอย่างน้อย 10 คน
ภายในหนึ่งชม. ที่ได้รับเมล์นี้
คนที่ห่วงใยคุณมอบความอบอุ่นให้คุณ
และความอบอุ่นนั้นก็มาจากการรักผู้อื่น

ใครกันที่คุณเรียกว่าเพื่อน

ใครกันที่คุณเรียกว่าเพื่อน
ชีวิตเราๆ ต้องเจอะเจอผู้คนมากมาย
ทั้งที่ด้วยความจำใจ จำยอม จำเป็น บังเอิญ และด้วยความพอใจ
แต่ถึงยังไง เราก็เลือกที่จะเสวนาหรือไม่เสวนากับใครก็ได้
มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ถ้าอย่างนั้นลองวาดภาพตาม..
................
คุณเป็นเด็กนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ณ โรงเรียนแห่งนี้
คุณไม่รู้จักใคร คุณไม่รู้จักอะไรเลย
แต่ด้วยระบบของโรงเรียน ทำให้คุณเข้าไปเรียนอยู่ในห้องเรียนห้องหนึ่ง
มีนักเรียนในห้องอยู่เกือบครึ่งร้อยชีวิต และแล้ว
อาจารย์ที่ปรึกษาก็แนะนำคุณให้กับนักเรียนในห้องนั้น
และบอกว่า
............
-ดูแลเพื่อนด้วย-

มันอาจไม่ใช่ประโยคที่แปลกอะไร แต่..ใครเป็นเพื่อนของคุณ?
และคุณเป็นเพื่อนของใคร?
มันจะไม่แปลกใช่ไหม ถ้าคุณอาจจะถูกทอดทิ้งให้ฝึกพูดบทสนทนาภาษาอังกฤษ
เพียงลำพังในคาบวิชาภาษาอังกฤษ
ขณะที่นักเรียนคนอื่นๆในห้องจับกันเป็นคู่ๆ
ก็ยังไม่มีใครบอกว่าเป็นเพื่อนคุณสักหน่อย
แล้วมันเป็นหน้าที่ของใครล่ะ ที่จะต้องมาดูแลคุณ

แต่คุณก็ไม่ละความพยายามหรอก ในเมื่อคุณเป็นนักเรียนใหม่
คุณก็เลยเดินเข้าไปหาคู่สนทนาเองเลย
คุณแนะนำชื่อคุณ บอกว่าย้ายมาจากโรงเรียนอะไร ทำไมถึงย้ายมาในช่วงนี้
เล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆที่คุณคิดว่าคนที่จะเป็นเพื่อนคุณควรจะรู้
คนๆนั้นก็บอกชื่อของเขากับคุณและยิ้มให้
ชวนคุยเป็นมารยาท และอาจเดินจากคุณไป
ถ้าคุณคิดว่าคุณได้เพื่อนหนึ่งคน

*เพื่อน* คำนั้นของคุณแปลว่า *คนรู้จัก*
บางทีคำว่า *คนรู้จัก* เนี่ย ก็แปลได้หลายความหมายเหมือนกัน
..อาจแปลว่าเขาและคุณรู้จักกัน หรือเขารู้จักคุณ หรือไม่ก็
คุณรู้จักเขาอยู่ฝ่ายเดียว
มันเป็นสิ่งที่ธรรมดาหรือแปลกประหลาดก็ไม่อาจบอกได้
ทุกวันนี้แค่เพียงคุณแนะนำตัวเองต่อกันและกัน
คุณก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที!
...โดยทั้งสองฝ่ายต่างก็เออออห่อหมกว่า
โอเค เรารู้ชื่อของกันและกัน และเราก็ยิ้มให้กัน ดังนั้นเราเป็นเพื่อนกัน
..สมการการถ่ายทอดของคนรุ่นใหม่ คำว่า *เพื่อน* คำนี้
คงน่าสมเพชมากกว่าคำว่า *คนรู้จัก* ซะอีก
..อย่างดีคุณก็แค่จับคู่ของชื่อกับหน้าเจ้าของได้ถูก
..อย่างแย่ คุณก็จำไม่ได้เลยว่าเคยพบเจอคนๆนั้นมาก่อน
ถ้าเพียงแค่ลองลงท้ายคำแนะนำตัวว่า..
+ให้เราเป็นเพื่อนด้วยคนนึงนะ+
คุณคิดว่าไง? ..เคยมีคนพูดประโยคนี้กับคุณไหม? ...ประโยคที่ยกย่องคุณ
ขอให้ตัวเองได้เป็นส่วนนึงในชีวิตของคุณ
ได้ทำอะไรร่วมกับคุณ ได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับคุณ
ถ้าไม่มีก็คงไม่แปลก (ตามสมการการถ่ายทอดของคนรุ่นใหม่)
แต่ถ้ามี หรือกำลังจะมีล่ะ?
คุณคิดว่าประโยคคำพูดสั้นๆ ธรรมดาๆ ที่เด็กอนุบาลพูดกัน
จะทำให้คุณรู้สึกยังไง?
มันไม่ใช่คำพูดที่ว่า -เป็นเพื่อนเราหน่อยนะ-
..คำพูดที่เอาตัวเองเป็นหลักแล้วก็ถูลู่ถูกังเอาคนอื่นมายินยอมด้วย
สองประโยคนี้คำตอบอาจไม่ต่างกัน
..คงไม่มีคนตอบว่า ไม่ได้หรอก
เราไม่อยากเป็นเพื่อนเธอ อะไรประมาณนั้นตามมารยาท
แต่ความรู้สึกจากคำพูดมันต่างกันจริงไหม
ทุกวันนี้คุณอาจบอกว่า คุณได้เพื่อนมามากพอแล้ว
และเพื่อนคุณก็เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนที่ดี เป็นเพื่อนที่จริงใจ
สารพัดคุณสมบัติที่ทำให้คุณทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน(หลาย)คนนี้ได้..
แต่ยังมีคนที่ไม่มีเพื่อนสนิทแบบคุณ
คนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและพร้อมที่จะเป็นเพื่อนแท้กับคนที่เขาถูกชะตาด้วย
เพียงแค่เขายังไม่เจอกับคนที่เขาถูกชะตา
ซึ่งคนๆนั้นอาจเป็นคุณ ถ้าเพียงคุณเปิดใจรับเพื่อนอีก
..อย่างน้อยคุณก็ได้เพื่อนอีกคน และเขาก็ได้เพื่อนอีกคน
..และอย่างมากที่สุด คุณก็ได้เพื่อนแท้มาอีกคน
จริงๆแล้วหัวข้อบทความนี้น่าจะเป็น
*ใครเรียกคุณว่าเพื่อน?*
ถ้าดูจากเรื่องที่เล่ามา
แต่จุดประสงค์หลักของการเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็คือ
การย้อนมองความหมายที่แท้จริงของคำว่า *เพื่อน*
ความหมายของคำว่า *เพื่อน* มีหลายระดับ
..ตามความพอใจ ตามอารมณ์ ตามความสนิท
ตามหน้าที่ ตามความจำเป็น ตามความจริงใจ
โดยวัดจากใจของคุณเอง ..สารพัดเหตุผล
คล้ายๆที่เถียงกันไม่ตกว่า ความรักก็มีหลายแบบ
แต่ถ้าสองคำนี้มารวมกันเป็นคำว่า *รักเพื่อน* หรือ *เพื่อนรัก*
ผู้เขียนว่ามัน.. ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆสักคำให้ลึกซึ้ง
+ดูแลเพื่อนด้วย+
คงเป็นอีกประโยคหนึ่ง ที่จะสามารถเรียกความซึ้งใจออกมาได้

เพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว

พฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ทั้งในทางที่ดีและชั่ว ได้รับอิทธิพลมาจากหลายๆ ปัจจัย หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือการคบเพื่อน
เพื่อนฝูงและมิตรสหายนับได้ว่ามีความสำคัญต่อมนุษย์แต่ละคน เกือบจะพูดได้ว่าคนๆหนึ่งไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขถ้าหากเขาไม่มีเพื่อนที่สามารถร่วมแบ่งปันความสุขและแบ่งเบาความทุกข์ด้วยกัน
โดยปกติแล้ว บุคคลที่เป็นเพื่อนฝูงมักจะมีอะไรบางอย่างที่พอจะเป็นจุดดึงดูดให้สามารถคบหากันได้ เช่นความชอบในบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกัน อุปนิสัยใจคอที่ตรงกัน เป็นต้น ดังนั้นผู้เป็นเพื่อนจึงมักจะมีอิทธิพลต่อกลุ่มเพื่อนด้วยกันอยู่เสมอ เพราะต้องอยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันตลอดเวลา
การเลือกเพื่อนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าได้เพื่อนดีมาคบก็เสมือนว่าได้ของดีมาและช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เราดีมากขึ้น แต่ถ้าได้เพื่อนชั่วก็เท่ากับว่ากำลังเดินตามหลังเพื่อนไปหาความชั่วนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงได้เปรียบเทียบระหว่างเพื่อนดีและเพื่อนชั่วว่าเหมือนคนขายน้ำหอมและช่างตีเหล็ก    ในหะดีษของท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม บทหนึ่งมีใจความว่า “อุปมามิตรที่ดีและที่ชั่วนั้น เปรียบได้กับคนขายน้ำหอมและช่างตีเหล็ก เพื่อนดีคือคนขายน้ำหอมซึ่งเขาอาจจะแจกน้ำหอมให้ท่าน หรือไม่เช่นนั้นท่านก็ได้ซื้อน้ำหอมจากเขา เพื่อนชั่วก็คือช่างตีเหล็กซึ่งเขาอาจจะทำให้ลูกไฟกระเด็นไปโดนเสื้อผ้าของท่านให้เกิดรอยไหม้ หรือไม่ก็ท่านจะต้องได้รับกลิ่นเหม็นจากเขา” (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
เพื่อนดีมักจะช่วยเหลือเพื่อนฝูงในทางที่ดี ในยามที่เพื่อนทำผิดเขากล้าที่จะเตือนสติให้เพื่อนสำนึกและคิดได้ คอยให้กำลังใจในทางถูกต้อง มีความจริงใจที่ต้องการให้เพื่อนได้ดีและหลีกห่างจากความชั่ว และในบางครั้งเขาอาจจะยังเป็นตัวอย่างที่ดีที่ชักจูงเพื่อนๆ คนอื่นให้อยากเป็นคนดีเช่นเดียวกับเขา
ส่วนเพื่อนที่ไม่ดีนั้น มีอิทธิพลในทางที่ไม่สมควรเป็นส่วนใหญ่ มักจะชักจูงกันทำในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองถึงความถูกต้องและผลที่ตามมา อาจจะทำให้มีนิสัยพาล หรืออย่างน้อยที่สุดการคบเพื่อนที่ไม่ดีก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ครหาเพราะคบอยู่กับกลุ่มเพื่อนแบบนั้น
เป็นที่ทราบกันอย่างชัดเจนว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัยรุ่นในปัจจุบัน เช่น พฤติกรรมเบี่ยงเบน ติดยาเสพติด แก๊งค์กวนเมือง ฯลฯ มักจะมีกลุ่มเพื่อนมาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น และสร้างความลำบากความเดือนร้อนให้กับผู้อื่นอยู่เป็นนิจ
ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องฉลาดเลือกและฉลาดคบหากับเพื่อนฝูง โดยควรเลือกเพื่อนที่ดีเป็นมิตร เพื่อให้สามารถช่วยเหลือกันได้ในสิ่งที่ดี นอกจากนี้ตัวเราเองก็ควรเป็นเพื่อนที่ดีแก่เพื่อนฝูง สามารถให้คำแนะนำหรือคำตักเตือนแก่เพื่อนด้วยกันได้เมื่อเห็นเพื่อนประพฤติไม่เหมาะสม ต้องหวังดีกับเพื่อนโดยถือว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในความดีงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสลามสนับสนุนอย่างยิ่ง
ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ในวันอาคิเราะฮฺเราจะต้องอยู่กับเพื่อนฝูงที่เรารักอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่อันสงบสุขในสวรรค์ หรือสถานที่แห่งการทรมานในไฟนรก เช่นที่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ    อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีใจความว่า “คนๆ หนึ่งนั้นจะอยู่กับคนที่เขารัก” (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
- ข้อคิดที่ได้รับจากบทเรียน
1.การคบเพื่อนมีอิทธิพลที่สำคัญต่อพฤติกรรมของมนุษย์
2.ควรเลือกคบเพื่อนที่ดีเพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนฝูง
3.ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อน ที่สามารถให้คำแนะนำและคำตักเตือนได้เมื่อเพื่อนหลงผิดหรือประพฤติไม่เหมาะไม่ควร
- คำถามหลังบทเรียน
1. ท่านคิดว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อนิสัยและพฤติกรรมของท่านหรือไม่? อย่างไร?
2.ท่านคิดว่ามีวิธีในการคบเพื่อนในทางสร้างสรรค์อย่างไรบ้าง?
3.ท่านคิดว่าท่านสามารถตักเตือนเพื่อนได้หรือไม่ ถ้าหากเห็นเขาทำผิด? และท่านควรจะทำเช่นไรเมื่อเห็นเพื่อนทำผิด?

การใช้ Skype บนมือถือหรือTablet andriod

ใช้ Skype ฟรี บนมือถือ/Table andriod

สามารถใช้ Skypeจากมือถือ โทรเข้า PC ก็ได้..นะ

       Skype เป็นโปรแกรม ในการติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เนต คล้ายๆโปรแกรม MSN ที่ฮิตกันในอดีต

แต่จะเน้นไปแนว video conference คือ คุยกันไป ก็เห็นภาพคู่สนทนาด้วย (จะให้เห็นหน้า หรือไม่เห็นก็ได้)

และที่สำคัญเราสามารถใช้ Skype ฟรี !! ไม่มีรายเดือน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จึงนิยมกันมากในปัจจุบัน

       โปรแกรม Skype ที่เป็นโปรแกรมโทรศัพท์ผ่าน internet ฟรี ในวงการสาธารณสุขบ้านเรายังมีคนใช้งาน

โปรแกรม Skype (ฟรี)ผ่านอินเตอร์เนต น้อยมาก บางคนก็จะรู้เฉพาะว่าใช้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ

โน๊ตบุ๊คได้เท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้ว เราสามารถใช้งานใน SmartPhone โดยเฉพาะ ระบบ android ของเราได้

ไม่ต่างกันและเป็นการประหยัดเงินค่าโทรศัพท์อีกด้วย เพราะปัจจุบัน รพ.สต./สสอ./สสจ./รพช. ล้วนมี Internet

ผ่านระบบ wireless ด้วยกันทั้งนั้น

       ในงานสาธารณสุขการใช้ Skype จะเป็นไปในลักษณะ เพื่อเป็นการปรึกษาแพทย์ หรือขอคำแนะนำจาก
หน่วยบริการอื่น จึงมีประโยชน์อย่างมาก แต่ รพ.สต.หลายๆแห่งยังคงใช้งานไม่เป็น และไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

       ดังนั้นจะสอนการใช้ Skype โทรเข้าโทรศัพท์มือถือ หรือTablet , PC แบบ Step to Step มีภาพประกอบ

ตั้งแต่การสมัครจนถึงการใช้งานเบื้องต้นครับ


       ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือใหม่ๆที่เรียกกันว่า SmartPhone นั้น ใหญ่ๆแล้วแบ่งเป็น 2 ค่ายที่ได้รับความนิยม

โดยแบ่งตามระบบปฏิบัติการก็คือ iOS ของค่ายแอ๊ปเปิ้ล เช่น iphone ipad ซึ่งส่วนใหญ่ก็คนมีกะตังค์ทั้งนั้นที่ใช้

หากใครมีงบน้อยก็ลองไปสอยแถวๆแม่สาย นั่นก็ของแท้(ปลอมแท้ๆ) และอีกระบบปฏิบัติการที่กำลังได้รับ

ความนิยม คือ Android ของค่าย Google เป็นระบบปฏิบัติการที่พบได้ในมือถือSmartPhone ทั่วไปหลายยี่ห้อ

ส่วนในแท๊ปเลตที่ดังๆหน่อยก็เป็น Samsung Galaxy Tab หรือ ใน แท๊ปเลตของจีนทั่วไป ซึ่งราคาถูกและมีการ

ใช้งานอย่างแพร่หลาย ดังนั้น การนำเสนอภาพ การใช้งาน Skype โทรเข้ามือถือ หรือ Tabletจะใช้วิธีการนำเสนอ

การใช้ Skype บน android เป็นหลักครับ

 


การใช้ Skype บน android ,Tablet ,มือถือ

มีดังนี้ครับ

 

ติดตั้งโปรแกรมก่อน วิธีการก็เหมือนๆกันกับการติดตั้ง App อื่นๆครับ



 

ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าโปรแกรมครับ  ถ้ามี Account ก็ Sign in ได้เลย

แต่ถ้ายังไม่มี ให้เลือก Create a Skype account



 

ให้กรอกข้อมูลสมัคร ให้เรียบร้อย



 

เราก็จะเข้ามาใช้งานได้แล้วครับ

ก่อนอื่น เราต้องเพิ่มชื่อผู้ที่เราจะติดต่อด้วยก่อนครับ ด้วยการค้นหา

ซึ่งก็คล้ายๆกับ PC ครับ เมื่อเจอแล้วก็เลือกได้เลยครับ



 

เราต้องส่งคำขอให้เพื่อนเราก่อน  แล้วรอการตอบรับครับ





เพื่อนเรา ยอมรับเราเป็นผู้ติดต่อแล้วครับ..



 

เมื่อได้รับการตอบรับแล้ว เราก็สามารถติดต่อเพื่อนเราได้ครับ



 

สำหรับระบบอื่นๆ ก็เหมือนกับ PC ครับ

การใช้งาน Skype in PC หรือบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

วิธีสมัคร สมาชิก Skype (ภาษาไทย)



*หมายเหตุ*
      เราสามารถคุยจากมือถือของเราผ่านโปรแกรม Skype ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊ค หรือไปยังมือถือเครื่องอื่นๆที่มีโปรแกรม Skypeได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงแต่เราต้องมี internet ใช้งานผ่านทาง wireless หรือระบบ gprsและ 3G เท่านั้น

เรื่องต้องห้ามในออฟฟิศ!!!


          เรื่องต้องห้ามในออฟฟิศที่ห้ามแชร์ เล่า หรือบอกต่อกับเพื่อนร่วมงาน เพราะว่ามันอาจจะมีผลเสียตามมาแบบคาดไม่ถึงได้

      1. เก็บเงินเดือนเป็นความลับ มันเป็นเรื่องระหว่างคุณ หัวหน้า และฝ่ายบุคคล คุณไม่ควรเก็บไปเล่าให้ใครฟัง เพราะว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และคนอื่นๆ อาจจะตั้งคำถามกับหัวหน้าหรือตัวคุณได้ ไม่ว่าคุณจะได้เงินเดือนมากน้อยเพียงใดก็ตาม

      2. ประวัติการเจ็บป่วย จริงอยู่ที่ไม่มีใครมาสนใจหรอกว่า คุณมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง หรือว่าผ่าตัดครั้งสุดท้ายเมื่อไร แต่ทว่าเมื่อใดที่หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานของคุณทราบ เขาสามารถคิดได้ว่า คุณเป็นบุคคลากรที่มีความเสี่ยงที่จะไม่สบายสูง ไม่แข็งแรง อาจจะมอบหมายงานสำคัญให้คนอื่นแทน

      3. ห้ามนินทากาเล อยากจะเม้าท์คนในออฟฟิตคุณต้องเม้าท์กับคนอื่นๆ นอกออฟฟิศ ที่ไม่สามารถสาวมาถึงตัวคุณได้ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ ที่อาจจะทำให้คุณไม่สนิทใจกับเพื่อนร่วมงานอีกต่อไป รวมทั้งคนอื่นอาจฝังความคิดเกี่ยวกับนิสัยที่ไม่ดีของคุณไว้ในความทรงจำ

      4. ติบ่นเรื่องงาน หยุดกับการพูดถึงงานของคุณในแนวทางที่ไม่สร้างสรรค์ เพราะอาจจะมีบางคนที่ไม่เข้าใจในงานของคุณ เอาไปพูดลับหลังว่า คุณไม่ชอบ และไม่ยินดีกับงานที่ทำอยู่ หากคุณอยากจะบ่นให้พูดกับคนที่ไว้ใจได้ เข้าให้ถูกช่องทางดีกว่าที่จะบ่นไปโดยไม่ได้ดูทิศทางลม

      5. ศาสนา และการเมืองห้ามคุย อย่างที่เคยได้ยินกันว่ามีคนขัดแย้งกันระหว่างคุยเรื่องการเมือง จนถึงขนาดฆ่ากันตาย เชื่อพวกนี้เป็นเรื่องความความเชื่อ และความศรัทธาส่วนบุคคล ถ้าจะเถียงกันเพื่อเอาชนะไม่มีวันจบสิ้น เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่าจะมองหน้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ติด

      6. ข้อมูลส่วนตัวอย่าเล่าต่อ เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เพื่อนร่วมงานของคุณรู้ก็ได้ อย่างเช่น เงินเก็บ ยอดขาย การวางแผนมีลูก หรือข้อมูลอะไรก็ตามที่อาจจะส่งผลเสียมาถึงเราได้ โดยเฉพาะเรื่องเที่ยวหรือเวลา Hang Out ของคุณ ถ้าคุณเล่าเมื่อวันอาทิตย์ได้ไปปาร์ตี้ที่สนุกสุดเหวี่ยงมา เพื่อนคุณจะจับสังเกตว่าคุณมีประสิทธิภาพในการทำงานน้องลงเพียงไร หากคุณไม่บอกเขาก็คงไม่จับตามองเป็นพิเศษ

      7. เก็บบล๊อกห่างเพื่อนร่วมงาน สาวๆ คนไหนเล่นบล๊อก จงระวังให้ด ีเพราะข้อมูลออนไลน์ของคุณ จะบอกได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความสุข หรือความทุกข์ ยิ่งถ้าเพื่อนร่วมงานของคุณเข้ามาเห็นคุณเขียนไว้ว่า Today is so bad day. เขาสามารถเดาได้ว่า คุณไม่พอใจเรื่องอะไรในที่ทำงาน หรือไม่พอใจในตัวเขาที่เข้ามาร่วมงานกับคุณ การตีความแปรสภาพไปได้หลายแบบ ดังนั้นไม่ควรให้สังคมออนไลน์เข้ามาปะปนกับชีวิตการทำงานของคุณนัก

      8. ตั้งกำแพงความสัมพันธ์ ไม่ว่าคุณกำลังมีเรื่องกับสามี หรือกำลังอินเลิฟกับหนุ่มข้างกายคนใหม่ อย่าปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้น ผ่านเข้ามาให้ที่ทำงานของคุณ อย่างน้อยเมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นเปลี่ยนไป แล้วเราไม่อยากพูดถึง เพื่อนๆ อาจจะให้ความเป็นห่วงและถามถึงเรื่องนั้นไม่เว้นวัน (ความจริงอาจจะอยากรู้เรื่องราวตอนต่อไป) จนเหมือนว่าเรื่องภายนอกออฟฟิตส่งผลมาถึงการทำงานของเราด้วย

      9. ปกปิดราคาสินค้า ความจริงแล้วดูเหมือนไม่น่าจะต้องปกปิดอะไร แต่เมื่อคุณซื้อของมาสักชิ้นแล้วบอกราคามันให้คนอื่นๆ ฟัง เพื่อนร่วมงานของคุณอาจจะคะเนได้ว่า คุณมีกำลังซื้อของขนาดนี้ อาจจะได้เงินเดือนหรือเงินรายได้อื่นๆ มากกว่าพวกเขา ดังนั้นมีอะไรดีอย่าอวดเพื่อนๆ ในที่ทำงานกันข้อครหา

ปัญหาเด็กไทยกับภัยออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต

บทความเรื่อง เด็กไทยกับภัยออนไลน์และสื่อทางอินเตอร์เน็ต
“อินเตอร์เน็ต” ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรา ทั้งในเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ในสถานะนักเรียน นักศึกษา ที่ประสงค์จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการท่องโลกในอินเตอร์เน็ต หาความรู้ใหม่ๆ หรือความบันเทิงตามประสาของผู้ที่มีความ “อยากรู้” ทั้งหลายถือเป็นการศึกษาต่อยอดความรู้เดิมที่ตนเองมีอยู่ หรือจะเพื่อดูหนัง ฟังเพลง สันทนาการพักผ่อนหย่อนใจคลายเครียด อะไรก็แล้วแต่ นับวันผู้คนในสังคมที่มีความรู้ความสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตดังกล่าวจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะสังเกตได้จากจำนวนร้านให้บริการอินเตอร์เน็ตที่เปิดให้บริการกันอย่างมากมาย เกือบจะทุกท้องถนนซอกซอยในเมืองใหญ่ทั่วไปหรือแม้กระทั่งในสถานที่ใกล้สถานศึกษาเกือบจะทุกสถานศึกษาที่มีความเจริญก้าวหน้า แต่ภัยจากการใช้อินเตอร์เน็ตที่เป็นภัยร้ายต่อสังคมในมุมๆหนึ่ง และมีผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างมากเรื่องหนึ่ง ก็คือ ปัญหาการล่อลวงทางอินเตอร์เน็ต จากการ chat ห้องสนทนา หรือ โดยใช้โปรแกรมสนทนาของเว็บไซต์ชื่อดังไม่ว่าจะเป็นในสื่อสังคมออนไลน์อย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social  Network) จัดเป็นบริการออนไลน์ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค (Facebook) มายสเปซ (MySpace) ทวิตเตอร์ (Twitter) หรือเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมอื่นๆต่างก็มีลักษณะเด่นที่เหมือนกันในการเปิดให้สมาชิกสร้างแฟ้มประวัติส่วนตัวเป็นเสมือนอีกตัวตนหนึ่งบนโลกออนไลน์เพื่อใช้ปฎิสัมพันธ์กับสมาชิกคนอื่นๆผ่านบริการช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายบนเว็บไวต์ เช่นการ chatหรือพูดคุยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือการล่อลวงหญิงสาวจากเว็บไซต์จับหาคู่ ซึ่งมีอยู่มากมายหลายเว็บไซต์ ซึ่งบางเว็บของต่างประเทศ เช่น เว็บที่มีชื่อเหมือนไม้ขีดไฟ มีทั้งชายและหญิงไทยจำนวนมาก โพสต์รูปลงในอินเตอร์เน็ตจะด้วยตนเอง หรือคนอื่นโพสต์ให้ก็แล้วแต่ ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว อยากให้ทุกมหาวิทยาลัย โดยศูนย์คอมพิวเตอร์ทำการบล็อกเว็บจับหาคู่เช่นเดียวกับเว็บลามก ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของสถาบันการศึกษาด้วย
เพียงในช่วงเวลาไม่กี่สิบปี อินเตอร์เน็ตได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับนักวิชาการและนักวิจัย ก้าวไปสู่ความเป็นสื่อยอดนิยมของกลุ่มประชากรในวงกว้างขึ้น การใช้อินเตอร์เน็ตได้เฟื่องฟูขึ้นในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาและยังคงขยายตัวต่อไป กลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วกลุ่มหนึ่งก็คือเด็กและเยาวชน ในหลายรัฐบาลได้เริ่มส่งเสริมการใช้อินเตอร์เน็ตในโรงเรียนทั่วประเทศ อินเตอร์เน็ตได้รับการติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์บ้านและกลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของเด็กเล็ก และในปัจจุบันร้านอินเตอร์เน็ตก็มีมากขึ้นเกือบในทุกๆที่เช่น ใกล้เขตสถานศึกษา และเด็กก็ได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับอีเมล์ แชทรูม และเกมส์คอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น แต่โชคร้ายก็คือ ในขณะที่อินเตอร์เน็ตได้พัฒนาระบบการสื่อสารและชีวิตของผู้คนจำนวนมากให้ดีขึ้น และในสังคมยังมีอันตรายมากมายจากเทคโนโลยีใหม่ชนิดนี้ถูกผู้ที่มุ่งแสวงผลประโยชน์จากเด็ก และนำไปใช้ประโยชน์เพื่อตนเองด้วย การปฏิวัติทางเทคโนโลยีใหม่ได้ทำให้ชีวิตของคนเหล่านี้ง่ายขึ้น การใช้อินเตอร์เน็ตนั้นก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาล แต่ก็แอบแฝงไปด้วยภัยอันตรายต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ค่านิยมผิดๆในเรื่องเพศ การล่อลวงในวงสนทนา นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยเรื่องลามก และเรื่องรุนแรงต่างๆที่ยากต่อการที่จะควบคุมตรวจสอบได้ อาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตเหล่านี้เป็นภัยที่อันตรายมากพอที่จะกำหนดเส้นทางอนาคตของเด็กได้ ดังเห็นได้จากหลากรูปแบบของภัยทางสังคมในกรณีการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กวัยรุ่นไทยที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตที่ปรากฏเป็นข่าวทางโทรทัศน์ และหน้าหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นก่อนที่เด็กไทยจะตกเป็นเหยื่อของภัยเหล่านี้จนเกิดเป็นปัญหาทางสังคม พ่อแม่ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจภัยอันตรายต่างๆ/อินเตอร์เน็ตมีอันตรายต่อเด็กไทยอย่างไร//การใช้อินเตอร์เน็ตและภัยอันตรายจากอินเตอร์เน็ต//เพื่อนทางเน็ตและนักล่อล่วง//บทบาทและการสนับสนุนจากผู้ใหญ่/ เป็นต้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกยุคใหม่นี้ เพื่อที่จะรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และปรับตัวเองตั้งรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยปกป้องและนำพาให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้องไม่ไขว้เขวออกไป

 นักล่อลวงเด็กได้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการล่อละเมิดเด็กด้วยวิธีต่างๆกัน เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะสามารถติดต่อสื่อสารกับเด็กๆวัยรุ่นได้โดยง่าย และโอกาสที่จะถูกจับได้น้อยลงด้วย นักแสวงหาผลประโยชน์ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ชนิดนี้ด้วยเหตุผลเดียวกันกับคนอื่นๆนั่นคือเทคโนโลยีใหม่ช่วยให้การสื่อสารดำเนินไปได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้นในราคาที่ถูกลง บนอินเตอร์เน็ตผู้ที่ต้องการหาภาพลามกสามารถดาวน์โหลดภาพใหม่ๆได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อ บางทีผู้ที่ต้องการพบปะกับเด็กวัยรุ่นจะสามารถเข้าไปในแชทรูมและพูดคุยกับเด็ก บางคนถึงกับปลอมตัวเป็นเด็กเสียเองเพื่อสร้างความไว้ใจจากเด็กจริงๆโดยมักใช้ชื่อแฝงในแชทรูมและที่อยู่อีเมลปลอม เพื่อไม่สามารถที่จะให้ค้นหาหรือทราบว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของอีเมลหรือห้องแชทรูมที่เด็กได้พูดคุยด้วย เพราะเหตุนี้การแฝงตัวมากับภัยอันตรายต่างๆจึงเป็นปัญหาทางสังคมในภัยมืดมุมหนึ่งในสังคม
อินเตอร์เน็ตเป็นอันตรายต่อเด็กอย่างไร
เมื่อพูดถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานของอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีการจำกัดขอบเขต หรือดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็ก  ก็จะมองเห็นปัญหาอย่างมากมาย  ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบอื่นได้ เช่น ภาพความรุนแรงระหว่างเด็กกับอินเทอร์เน็ตในบ้านเราอาจจะไม่รุนแรงเท่ากับประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีทั้งหลาย หากแต่พิจารณาตามศักยภาพและตัวเลขการใช้อินเทอร์เน็ต หรือการเปิดบริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่เติบโตขึ้นเรื่อยมา ทำให้หลายคนอดเป็นห่วงอันตรายจากอินเทอร์เน็ตที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก เด็กอาจได้รับผลกระทบจากอินเตอร์เน็ตได้หลายรูปแบบ อย่างแรกก็คือ พวกเขาอาจได้พบกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นอันตราย เช่น ภาพลามกเด็ก ภาพลามกผู้ใหญ่ที่อยู่ในขั้นอนาจารรุนแรง ข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเพศที่ไม่ถูกต้อง เว็บไซต์ที่หลอกลวงด้านการเงิน หรือเว็บที่สอนในสิ่งที่ไม่ดี เช่น สอนทำระเบิดขวด เว็บเหล่านี้อาจส่งผลต่อความคิดของเด็ก และส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กในอนาคต โดยที่เด็กๆไม่รู้เท่าทันพอที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ เช่นกรณีของเด็กในยุโรปเจอเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการทำระเบิดขวดแล้วลองทำด้วยตัวเองโดยที่พ่อแม่ไม่ทราบ แล้วนำไปโยนเล่น จนเกิดเป็นเหตุสลดใจ ซึ่งในที่สุดเด็กสารภาพว่านำความรู้มาจากอินเทอร์เน็ต จึงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา  เมื่อเด็กไปเจอกับเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม จึงเป็นเหมือนสะพานนำเด็กไปพบกับบุคคลที่ไม่หวังดีได้ เช่นกรณีของการเล่นแชท  เด็กอาจถูกล่อลวงจากผู้ใหญ่ที่มีความผิดปกติทางจิต หรือเป็นพวกนิยมมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอย่างกรณีตัวอย่างของแซมเป็นต้น ซึ่งไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นกับบ้านเราในวันหนึ่งข้างหน้า อันตรายในลำดับถัดมาพบว่า เด็กในปัจจุบันใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากเกินไป ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยตรงแล้ว ยังเป็นการลดความสัมพันธ์กับสังคมในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว เด็กจะหันไปสร้างความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า เป็นความรู้สึกแบบฉาบฉวย และทำให้เด็กไม่กล้าสื่อสารโดยการพูด อีกทางหนึ่งเด็กๆอาจถูกติดต่อโดยนักละเมิดทางเพศ หรือผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อเด็กได้โดยตรง และมีโอกาสอย่างยิ่งที่จะตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ได้ในที่สุด ผู้ผลิตสื่อลามกเด็กมักจะเป็นคนกลุ่มเดียวกับผู้ที่หาโอกาสจะติดต่อกับเด็กทางอินเตอร์เน็ตเพื่อกระทำชำเรานั่นเอง
การออกกฎหมายเพื่อควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นความพยายามอย่างหนึ่งที่จะสกัดกั้นอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก อย่างไรก็ตาม การตามจับกุมผู้กระทำผิดทางอินเทอร์เน็ตตามจับกุมได้ยากมาก เพราะไม่สามารถทราบได้เลยว่าคนที่เป็นเจ้าของอยู่ที่ใด และอาจใช้เซิร์ฟเวอร์จากเมืองนอกได้ การหวังพึ่งกฎหมายเพียงอย่างเดียวคงไม่อาจสกัดกั้นได้  จึงมีการออกเป็นข้อห้ามให้เด็กท่องก่อนการใช้อินเทอร์เน็ต เช่น ห้ามบอกชื่อที่อยู่หรือข้อมูลของตัวเด็กให้กับคนในแชท นอกจากขออนุญาตจากพ่อแม่ก่อน ห้ามให้เบอร์บัตรเครดิต หรือเลขที่บัญชีเงินฝาก ห้ามให้พาสเวิร์ด ห้ามโต้ตอบกับข้อความหยาบคาย และที่สำคัญห้ามไปพบกับคนที่นัดหมายมาจากการแชท เป็นต้น
                ความเสี่ยงบนโลกอินเตอร์เน็ต
ถึงแม้อินเทอร์เน็ตจะมีประโยชน์มหาศาลแต่ในทางกลับกัน ก็มีความเสี่ยงทุกครั้งเมื่อลูกหลานของท่านออนไลน์ เราควรรู้ถึงความเสี่ยงเหล่านี้แต่เนิ่นๆเพื่อป้องกันลูกหลานจากภัยอินเทอร์เน็ตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ความเสี่ยงเหล่านี้ได้แก่
ภาพลามก การที่เด็กสักคนจะออกไปหาซื้อหนังสือโป๊ที่แผงหนังสืออาจจะทำได้ไม่ง่ายนักเพราะคงไม่มีร้านหนังสือไหนมีหนังสือโป๊วางแผงให้เด็กเลือกซื้อได้โดยง่ายๆ แต่โลกอินเตอร์เน็ตไม่ได้เป็นเช่นนั้น อินเตอร์เน็ตปราศจากข้อห้ามใดๆ ที่จะป้องกันเด็กหรือบุคคลใดออกจากสื่อลามกได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพลามกหรือเรื่องราวลามก เด็กหรือวัยรุ่นก็จะสามารถดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใด
เปิดรับสิ่งที่ไม่เหมาะสม เมื่อเข้าไปในบางเว็บไซต์ มีความเป็นไปได้ที่จะเด็กจะเจอกับสิ่งที่ไม่เหมาะสมโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น โฆษณาชวนเชื่อ ข้อความรุนแรงในเว็บบอร์ด เรื่องเกี่ยวกับเซ็กซ์ ภาพอนาจาร ลิงค์ไปยังเว็บไซต์ลามก รวมไปถึงกิจกรรมมอมเมาเยาวชนและสิ่งผิดกฎหมายทั้งหลาย
 การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และการทำร้ายร่างกาย เมื่อเกิดการพูดคุย หรือการแชท (Chat) เกิดขึ้น เด็กวัยรุ่นอาจจะถูกล่อหลอกให้บอกข้อมูลส่วนตัวทั้งของตนเองและของครอบครัว ซึ่งมิจฉาชีพจะนำไปหาผลประโยชน์ และอาจก่อความเสียหายร้ายแรงได้ หรืออีกในกรณี เด็กอาจจะถูกชักชวนให้ไปนัดพบกับเพื่อนในอินเทอร์เน็ต อาจเกิดการล่อลวงไปทำมิดีมิร้ายหรือกระทำชำเราได้โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นผู้หญิง และเกิดอาชญากรรมอื่นๆตามมา
ถ้อยคำรุนแรง มักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กวัยรุ่นเข้าไปคุยแชทกับคนแปลกหน้า หรือเมื่อเด็กเข้าไปอ่านข้อความ และแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด เว็บบอร์ดส่วนใหญ่จะมีระบบกรองคำหยาบอยู่แล้ว แต่ก็มีเว็บบอร์ดอีกไม่น้อยเช่นกัน ที่สามารถพิมพ์คำหยาบลงไปได้ ส่วนใหญ่เว็บบอร์ดที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้จะแฝงตัวอยู่ในพวกเว็บไซต์ใต้ดิน หรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรง และอนาจารโดยเฉพาะ ซึ่งเด็กวัยรุ่นอาจจะพลัดหลงเข้าไปในเว็บไซต์ประเภทนี้ได้
แชทรูม ภัยหลักทางอินเตอร์เน็ตต่อเด็กอีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับห้องแชทรูม หรือสถานที่พบปะในอินเตอร์เน็ต ผู้ที่ชื่นชอบการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กมักจะไปในแชทรูม ส่วนมากจะปลอมตัวเป็นเด็กเสียเอง และคอยหลอกล่อพูดคุยกับเด็กจริงๆโดยทั่วไปแล้ว บุคคลเหล่านี้จะพยายามโน้มน้าวให้เด็กออกไปยังพบปะกันในแชทรูมส่วนตัว เพื่อพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ส่วนมากบุคคลเหล่านี้ใช้เวลาในการพูดคุยอยู่กับเด็กนานพอสมควร จนกว่าเด็กจะไว้ใจ หลังจากนั้นก็จะพยายามหาทางนัดหมายให้เด็กออกมาพบกันจริงๆ หรือทำให้เด็กส่งหรือรับภาพลามกให้อีกวิธีหนึ่ง ก็คือหากเด็กไม่ทันระวัง และให้ข้อมูลส่วนตัวไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการ เช่น ที่อยู่ที่โรงเรียนหรือที่บ้าน ก็เป็นไปได้ว่า คนที่เด็กพูดด้วยทางอินเตอร์เน็ตจะดำเนินการลักพาตัวเด็กไป อาจจะไปกระทำชำเราหรือหาผลประโยชน์นานาชนิดจากตัวเด็กที่รู้ไม่เท่าทัน
สิ่งผิดกฎหมาย และการเงิน มีความเป็นไปได้ที่เด็กอาจจะถูกเกลี้ยกล่อมให้บอกหมายเลขบัตรเครดิตของผู้ปกครอง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ หรือแม้กระทั่งถูกชักจูงให้เข้าขบวนการมิจฉาชีพ ทำสิ่งผิดกฎหมายโดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์
ยาเสพติด ความสามารถในการหาข้อมูลเกือบทุกอย่างได้จากอินเทอร์เน็ต มันง่ายจนหลายคนคิดไม่ถึงเลยทีเดียว เช่น เด็กสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ตนสนใจได้โดยง่าย  หรือหาอาวุธต่างๆ ได้ บางเว็บไซต์จะมีเนื้อหาสนับสนุนเรื่องยาเสพติด บุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งชักชวนเด็กให้คล้อยตามได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นชายที่อยู่ในวัยอยากรู้อยากลอง
 การพนัน เว็บไซต์เกี่ยวกับการพนันมีมากมาย ทั้งที่เล่นเพื่อความสนุก และเล่นพนันด้วยเงินจริง เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะชักชวนให้ผู้เล่นใช้บัตรเครดิต หรือเช็ค ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการโจรกรรมหมายเลขบัตรเครดิตได้
ความเสี่ยงทั้งหลายที่ต้องเผชิญโดยไม่ได้ต้องการ เราสามารถป้องกันได้ เพียงดูแลให้คำแนะนำในการเล่นอินเทอร์เน็ตอย่างถูกวิธีให้แก่บุตรหลาน แต่ไม่ควรห้ามเด็กไม่ให้ใช้อินเทอร์เน็ตเลยเพราะอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับเด็ก ถ้าเราสอนให้พวกเค้ารู้จักใช้อย่างถูกวิธีทั้งรวมไปถึงการฝึกฝนให้เด็กๆ รู้จัดจัดสรรเวลาในด้านต่าง ให้เป็นประโยชน์มองเห็นคุณค่าของเวลาที่หมดไปโดยสูญเปล่าว่า เวลาเหล่านี้สามารถนำไปพัฒนาตนเองให้เก่งได้เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเอง
การใช้อินเตอร์เน็ตและภัยอันตรายจากอินเตอร์เน็ต
จากการสำรวจขององค์กร ECPAT INTERNATIONAL(2545) ผู้ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กไทย อินเตอร์เน็ตสามารถเป็นภัยต่อผู้ใช้ได้เช่นเดียวกับเทคโนโลยีและสื่ออื่นๆแต่ภัยจากอินเตอร์เน็ตอาจจะขยายตัวได้รวดเร็วและรุนแรง ก็เพราะว่าอินเตอร์เน็ตนั้นเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีการควบคุม และจัดระบบเนื้อหาจากส่วนกลาง ดังนั้นขณะที่อินเตอร์เน็ตอาจให้ข้อมูลที่มีคุณภาพสูงและรวดเร็ว ก็มีโอกาสที่จะให้ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่เที่ยงตรงได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นระบบที่ปราศจากการควบคุมและกลั่นกรอง อินเตอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงสื่อที่ “ไม่เหมาะสม”ได้ง่ายซึ่งเนื้อหาที่รุนแรงหรือลามกนั้นอาจหลอกหลอนหรือกระทบต่อทัศนคติของพวกเขาอยู่โดยเงียบๆ
การใช้อินเตอร์เน็ต  ปัจจุบันเด็กๆวัยรุ่นไทยจะทำความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วและรู้จักกับอินเตอร์เน็ตตั้งอายุยังน้อย หากมีโอกาสในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 7-11 ปี ร้อยละ 58 เล่นอินเตอร์เน็ตมากกว่าสัปดาห์ล่ะ 5 ชั่วโมง (จากผลสำรวจของบริษัท PRASENA) ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 13 เล่นอินเตอร์เน็ตทุกวัน มีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่เคยผ่านการเรียนหรืออบรมเกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ต สำหรับกลุ่มเด็กโตก็ยิ่งเป็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่เหนี่ยวแน่นยิ่งขึ้นไปอีก ร้อยละ 90 ของเยาวชนใช้เวลากับอินเตอร์เน็ตมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะเข้าอินเตอร์เน็ตได้จากที่บ้าน กลุ่มที่ใช้อินเตอร์เน็ตจากบ้านที่มีสัดส่วนสูงสุดก็คือ กลุ่มวัยรุ่น(ร้อยละ 84) อาจจะตีความได้ว่าเยาวชนหนุ่มสาวใช้อินเตอร์เน็ตจากที่ทำงานหรือที่มหาวิทยาลัยมากกว่า ส่วนเด็กเล็กจะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตจากบ้านในอัตราส่วนต่างจากกลุ่มอื่น(ร้อยละ 61) อาจเป็นเพราะว่าพ่อแม่คิดว่าการจะลงทุนซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูกนั้น น่าจะรอให้ลูกโตเป็นวัยรุ่นเสียก่อนจึงเหมาะสมกว่าที่จะซื้อในตอนที่ยังเล็ก เพราะพ่อแม่เชื่อว่าเด็กโตจะใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนมากกว่า และคอมพิวเตอร์จะยังช่วยดึงดูดให้เด็กวัยรุ่นอยู่ติดบ้านแทนที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีกทางหนึ่ง ร้านอินเตอร์เน็ตจึงกลายมาเป็นเหมือนศูนย์รับเลี้ยงเด็กในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆซึ่งเด็กจะใช้เป็นสถานที่เล่นฆ่าเวลาระหว่างรอให้พ่อแม่มารับกลับบ้าน
เครื่องมือสื่อสารสำหรับอินเตอร์เน็ตหลากหลายรูปแบบ เป็นตัวนำสังคมของเราก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมสมัยใหม่ กลไกเหล่านี้ทำให้คนทุกเพศทุกวัย ทุกสัญชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมใน “ชุมชนอินเตอร์เน็ต” และทุกคนสามารถติดต่อสัมพันธ์กัน แบ่งปันความรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้โดยตรงและอย่างรวดเร็วใช้เพื่อสื่อสารกับ “เพื่อนในเน็ต” อินเตอร์เน็ตจะเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อหรือตัวตนที่แท้จริง หรือทำได้กระทั่งปลอมตัวเป็นคนอื่น การปลอมตัวบนอินเตอร์เน็ตอาจจะเป็นเรื่องสนุกหรือเป็นเกมที่ท้าทาย แต่โชคร้ายคือการปลอมตัวอาจกลายเป็นอาวุธหรือเครื่องมือล่อลวงที่อันตราย หากตกอยู่ในมือของผู้ร้ายที่มุ่งล่าเหยื่อผู้ไร้เดียงสา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่นิยมการมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก
อันที่จริง “เพื่อนในเน็ต”ที่ว่านี้ส่วนใหญ่ก็คือคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนั่นเองแต่ได้พัฒนาความสัมพันธ์อันดี ติดต่อสื่อสารกันเป็นประจำจนได้รับความไว้วางใจ หากพิจารณาดูว่า เด็กส่วนใหญ่จะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตามลำพังและพึ่งได้แต่ตนเองเท่านั้นในการแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากเรื่องโกหก ดั้งนั้นเด็กเล็กและวัยรุ่นไทยจึงมีแนวโน้มที่จะพาตนเองเข้าสู่กับดักของผู้ที่จ้องจะหาผลประโยชน์ในทางไม่ดีจากเด็กด้วย แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีพ่อแม่และครูจำนวนมากที่ไม่ทราบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการสื่อสารทางเน็ตของเด็กในความดูแลของตนเลย ครูอาจารย์อาจคาดเดาพฤติกรรมของเด็กได้ไม่ไกลจากความจริงนัก ในขณะที่พ่อแม่กลับคิดว่าลูกใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้มากกว่าความจริง นอกจากนี้พวกเขายังคาดประมาณอัตราที่ลูกจะสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตกับเพื่อนและครอบครัวไว้สูงมาก แต่พ่อแม่จะตระหนักหรือไม่ว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีความเสี่ยงต่ออันตรายอย่างไรบ้าง
เพื่อนทางเน็ตและนักล่อลวง แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสารที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น อาจนำภัยอันตรายมาสู่เด็กๆได้ ทั้งด้วยการเข้าถึงข้อมูลที่มีเนื้อหาไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม และขัดต่อจริยธรรม ซึ่งเด็กอาจจะเข้าไปเองโดยตั้งใจ หรือพลัดหลงเข้าไปโดยบังเอิญ อันตรายที่มีความเสี่ยงที่สุดจะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็กได้พบคนแปลกหน้าบนเน็ต และเปิดโอกาสให้เพื่อนใหม่ได้ใช้กลวิธีทางจิตวิทยาหลอกล่อ ซึ่งในที่สุด ทำให้พวกเขายอมไปพบปะกับคนร้ายหรือผู้หาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กเหล่านี้ในชีวิตจริงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนานๆ ครั้งนั้นเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงน้อยมาก เพราะการล่อลวงมักต้องอาศัยการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจจนเกิดการพูดคุยกันอย่างเปิดเผยความลับและเป็นเรื่องส่วนตัวซึ่งกันและกันได้
 ผลกระทบทางอินเตอร์เน็ต
โทษต่อสุขภาพกาย หากใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตในระยะเวลานานติดต่อกันอาจส่งผลต่อระบบการทำงานของสมองทำให้สมองทำงานช้าลงและส่งผลเสียต่อระบบร่างกาย เช่น แสบตา, ปวดข้อมือ, ไม่รับประทานอาหาร จนแสบกระเพาะ, อดนอน ตื่นสาย ทำให้เพลีย ง่วงเวลาเรียนหรือเวลางาน เป็นต้น
โทษต่อสุขภาพจิต เช่น เกิดความทุกข์ ไม่สุขใจ ขัดแย้งภายในจิตใจหรือขัดแย้งกับผู้คนรอบข้างได้ เพราะหากเล่นเกมและอินเตอร์เน็ต นานๆเข้าเด็กจะเกิดความรู้สึกชอบเอาชนะ เคยชินกับการแข่งขัน ต้องมีแพ้มีชนะ, เคยชินกับการได้ดังใจ เพราะเกมสั่งบังคับได้ มีความสุขหรือรู้สึกสำเร็จเมื่อสั่งได้ดังใจ, ไม่มีวินับ ไม่มีการควบคุมตนเอง ไม่บังคับตนเอง ขาดความรับผิดชอบ เพราะเมื่อเกิดความเพลิดเพลินกับการเล่นเกมแล้ว มักจะไม่ในใจทำอย่างอื่นที่สำคัญ หรือฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ ความรับผิดชอบที่มีอยู่ว่าควรทำ หรือไม่ทำอะไร เช่น ไม่อ่านหนังสือ ไม่เข้านอนไม่ทานข้าว ไม่กวาดบ้าน ล้างชามตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีอยู่ หรือแม้กระทั่งเกิดพฤติกรรมหนีออกจากบ้านหลายวัน ไปกินนอนอยู่ในร้านเกม และการขโมยเงินพ่อแม่เพื่อไปเล่นเกม เป็นต้น
 โทษต่อสุขภาพ สังคม หรือทักษะทางสังคมของเด็ก เช่น เด็กจะเห็นเพื่อนเป็นศัตรูของความสนุกสนาน เพื่อนมาแย่งเล่น(หมายเหตุ - การละเล่นในอดีต เช่น วิ่งไล่จับ รีรีข้าวสาร มอญซ่อนผ้า ต้องเล่นกับเพื่อน เล่นคนเดียวไม่ได้ เพื่อนคืออุปกรณ์การ จึงต้องรู้จักคบเพื่อน เอาใจเพื่อน ไม่เช่นนั้นเพื่อนไม่เล่นด้วย) จึงไม่อยากคบเพื่อน หรือแม้อยากจะคบแต่ก็คบเพื่อนฝูงไม่ค่อยเป็นเพราะไม่ค่อยได้ฝึก ทำให้ขาดทักษะทางสังคม เพราะเด็กอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บางคนอ้างว่าการเล่นเกมออนไลน์ หรือ Chat พูดคุยกันทางอินเตอร์เน็ตก็ได้เพื่อน ซึ่งมีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ว่าความสัมพันธ์ออนไลน์เป็นความสัมพันธ์ในโลกเสมือนไม่ใช่โลกแห่งความ เป็นจริง เพราะเป็นความสันพันธ์ที่พูดคุยกัน หรือแสดงความยินดี ความห่วงหาอาทรต่อกันได้มากโดยไม่ได้แสดงข้อเสีย เพราะไม่ได้อยู่ร่วมกันจริงๆ หรือเป็นความสัมพันธ์ที่บางคนไม่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริง เป็นเด็กอาจแสดงเป็นผู้ใหญ่ เป็นชายอาจแสดงเป็นหญิง เป็นคนเห็นแก่ตัวอาจแสดงตัวเป็นคนมีน้ำใจก็ได้ เพราะในโลกอินเตอร์เน็ต สามารถแสดงเป็นอะไรก็ได้ไม่มีใครรู้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่คบหากันทางอินเตอร์เน็ตจนสนิทสนมกันแล้วนัดพบ จบลงด้วยการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างง่ายดายอย่างที่ได้เห็นเป็นข่าวอยู่เนืองๆ
 โทษต่อการผลิตผลงานของชีวิต ได้แก่ การเรียนตก เสียการเสียงาน เสียความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เช่น ในกรณีที่เป็นเด็กอาจเสียความสัมพันธ์กับพ่อแม่ พี่น้อง ส่วนในกรณีที่เป็นผู้ใหญ่อาจเสียความสัมพันธ์กับคู่สามีภรรยาจนเกิดเหตุหย่า ร้างก็มีมาแล้ว หรือ อาจถึงขั้นเสียผู้เสียคน จากการมีพฤติกรรมอันธพาล ขโมยเงิน มั่วสุม เล่นการพนัน ใช้ยาเสพติด หรือมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น ทางออกที่ดี คือ ความสมดุล ความสมดุลคือสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช้คอมพิวเตอร์หรือ อินเตอร์เน็ตเลยคงจะไม่ได้ เพราะชีวิตในอนาคตทั้งการเรียน หรือการทำงานต้องใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต แต่เล่นมากจนติดก็ไม่ดีแน่
                  โลกยุคอินเทอร์เน็ต พ่อแม่จะปกป้องลูกอย่างไร
                 พ่อแม่ยุคใหม่ก็จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมในปัจจุบัน ดังนี้
  1. เป็นผู้ที่เรียนรู้อยู่เสมอ พ่อแม่จำเป็นที่จะต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างทันต่อเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคใหม่ หรือการปรับเปลี่ยนในด้านความคิด ค่านิยมหรือกระแสต่าง ๆ ที่เข้ามาในสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบมาสู่ลูกของเราได้ดังนั้นเองพ่อแม่จึงควรที่จะเป็นผู้ที่เรียนรู้อยู่เสมอ
                2. ติดตามข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ อยู่เสมอ   เพื่อที่จะสามารถ "รู้เท่าทัน" สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมลูกให้ใช้ประโยชน์ จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้มากที่สุด และเพื่อที่จะสามารถปกป้องสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะเข้ามาทำร้ายหรือเป็นอันตรายต่อลูกของเรา โดยพ่อแม่สามารถที่จะติดตามข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอันตรายในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงแนวทางในการป้องกันแก้ไข ได้จากหลายช่องทางเช่นจากสื่อโทรทัศน์วิทยุ หนังสือพิมพ์ วารสารต่าง ๆ อินเทอร์เน็ต รวมถึงการรับข่าวสารข้อมูลจากบุคคลที่รู้จัก ครูอาจารย์ หรือจากข่าวของทางโรงเรียนที่ลูกกำลังศึกษาอยู่เช่น ถ้าพ่อแม่มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตย่อมสามารถตรวจสอบว่าลูกใช้คอมพิวเตอร์อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่สามารถแนะนำลูกในการค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถติดตั้งโปรแกรมเพื่อตรวจสอบและกลั่นกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมไม่ให้เข้ามาขณะที่ลูกใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ สามารถรู้เท่าทันและป้องกันลูกจากภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นทางอินเทอร์เน็ตได้
  3. เรียนรู้ที่จะรู้จักลูกของตนเอง  วัยรุ่นมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย และอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง ขึ้นลงได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งความต้องการในด้านต่าง ๆ ของลูกวัยรุ่น เช่น ความอยากรู้อยากลอง อยากได้อยากมีในสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการยอมรับในหมู่เพื่อน ความต้องการที่จะเป็นที่สนใจในหมู่เพื่อนต่างเพศ ซึ่งธรรมชาติของวัยรุ่นนี้เองที่ทำให้ตกเป็นเหยื่อในการล่อลวงต่าง ๆ ได้โดยง่าย พ่อแม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจ รู้จักลูกของตนมากยิ่งขึ้นในพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แสดงออกมาและสามารถที่จะป้องกันปัญหาและช่วยเหลือลูกได้อย่างทันท่วงที
              โดยพ่อแม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้จากหนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับการพัฒนาการของวัยรุ่น หรือขอคำปรึกษาจากผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในด้านการศึกษาพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นโดยตรง เพื่อช่วยให้พ่อแม่รู้เท่าทันและสามารถแนะนำลูกในสิ่งที่เป็นประโยชน์ พร้อมกับสามารถปกป้องลูกของตนจากภัยอันตรายต่าง ๆ ที่แฝงเข้ามาได้
  4. เป็นผู้ที่ปลูกฝังความคิดและทัศนคติที่ถูกต้องให้แก่ลูก ก่อนที่พ่อแม่จะตัดสินใจเชื่อในสิ่งใด หรือรับเอาความคิดใด ๆ เข้ามา ต้องคิดให้รอบคอบอย่างสมเหตุสมผลก่อน ในสิ่งที่ได้รับมาว่าเป็นสิ่งดี เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วจริงหรือไม่เพื่อสอนลูกให้เป็นคนที่มีเหตุผลและรู้จักที่จะคิดอย่างมีวิจารณญาณในการแยกแยะที่จะเลือกรับในสิ่งที่ดี และปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ดี เพื่อไม่ให้ถูกกลืนไปกับกระแสค่านิยมต่าง ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาได้โดยง่าย อาทิ ค่านิยมในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงาน เราอาจคิดว่าเป็นวิธีการที่ดีมีประโยชน์เพราะเป็นการทดลองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันก่อน หากเข้ากันไม่ได้ทั้งคู่สามารถจะเลิกรากันไปได้โดยง่ายไม่ต้องมีพันธะอะไรต่อกัน แต่ถ้าหากเราลองคิดอย่างมีวิจารณญาณแล้วจะพบว่าการอยู่ร่วมกันก่อนแต่งไม่ได้ก่อให้เกิดความสุขใด ๆ เลยเพราะเป็นการอยู่ร่วมกันด้วยความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจ มีแต่ความวิตกกังวลกลัวว่าอีกฝ่ายจะจากไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายังอยู่ในวัยเรียนทั้งคู่ และถ้าพลาดเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา อนาคตในการเรียนต่อก็มีอันต้องสูญหายไปอย่างแน่นอน
  5. เป็นผู้ที่ให้ความรักและความเอาใจใส่ห่วงใยลูกอยู่เสมอ  โดยทั่วไปเมื่อลูกมีพัฒนาการก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ปัญหาที่พบมักจะเป็นในเรื่องของการเกิดช่องว่างในความรักความเข้าใจและช่องว่างในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากการรับอิทธิพลต่าง ๆ ในโลกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมากมาย ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นระหว่างวิถีชีวิตวัยรุ่นยุคก่อน กับวิถีชีวิตของเด็กวัยรุ่นในสมัยนี้ ซึ่งความแตกต่างอย่างมากนี้เองอาจส่งผลให้ช่องว่างในความเข้าใจระหว่างพ่อแม่และลูกวัยรุ่นที่มักเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่ก่อนแล้วถูกทำให้ขยายห่างมากยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นเองเพื่อการลดช่องว่างที่เกิดขึ้นพ่อแม่จึงควรที่จะทำความเข้าใจในตัวลูกให้มาก
 6. มีเวลาให้กับลูกอย่างเฉพาะเจาะจง พ่อแม่จำเป็นต้องมีเวลาใกล้ชิดลูกอยู่เสมอ ในการพูดคุย การปรึกษาหารือ ให้ลูกรู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิเศษของพ่อแม่ โดยตระหนักว่าแม้ว่าลูกจะเติบโตเป็นวัยรุ่นแต่เขายังคงมีความต้องการในความรัก ความห่วงใยเอาใจใส่และการชี้ทิศนำทางจากพ่อแม่อยู่เสมอ พ่อแม่จึงควรมีเวลาให้กับลูกอย่างเฉพาะเจาะจง
7. เปิดใจในการรับฟังความคิดเห็นของลูก เนื่องจากลูกในวัยรุ่นมีความสามารถที่จะเข้าใจในการใช้เหตุผลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง ดังนั้นในการพูดคุยกับลูก พ่อแม่ไม่ควรใช้อารมณ์ความรู้สึกเท่านั้น เช่น การเอะอะโวยวายอาละวาด แสดงอาการโกรธเกรี้ยวไม่พอใจในการกระทำของลูก เพราะการแสดงออกเช่นนี้จะทำให้ลูกสูญเสียความไว้วางใจที่ลูกเคยมีในตัวของพ่อแม่ เพราะคิดว่าพ่อแม่ไม่รักและไม่เข้าใจ เช่น ในกรณีที่ลูกมีรสนิยมการแต่งตัวที่ดูแปลกประหลาด ตามแฟชั่น ใส่เสื้อเกาะอก หรือการย้อมผมสีแปลก ๆ เป็นต้น
                 สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ พูดคุยกับลูกด้วยความเข้าใจในสภาพที่เขาเป็น ให้ลูกสามารถที่จะสัมผัสในความรักและความห่วงใยที่พ่อแม่มีต่อลูก แล้วจึงค่อยทำการชี้แจงในสิ่งที่ลูกทำพร้อมกับฝึกให้ลูกเป็นคนที่รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล เพื่อลูกจะได้สามารถแยกแยะที่จะเลือกรับในสิ่งที่ดี และปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ดี เพื่อไม่ให้ถูกกลืนไปกับกระแสค่านิยมต่าง ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาได้โดยง่าย เช่น ชี้แจงให้ลูกฟังว่าการใส่เสื้อผ้าสายเดี่ยวนั้นทำให้เสี่ยงต่ออันตรายจากภัยข่มขืนได้ หรือการแต่งตัวที่แปลกประหลาดผิดสถานที่ผิดกาลเทศะอาจทำให้สูญเสียความน่าเชื่อถือและสูญเสียโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต
8. หมั่นสังเกตและเอาใจใส่ในเรื่องการใช้เวลาของลูกอยู่เสมอ    พ่อแม่ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยลูกในการใช้เวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ว่าลูกของตนกำลังทำอะไรอยู่หรือออกไปที่ไหนกับใคร โดยอาจให้เหตุผลว่าลูกโตแล้วหรือไม่อยากที่จะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของลูก เนื่องจากเด็กเป็นวัยที่ถูกล่อลวงได้โดยง่าย ซึ่งอาจเกิดอันตรายที่เราไม่คาดคิดกับลูกได้ เช่น ภัยจากยาเสพติด การถูกล่อลวงทางเพศ ถึงแม้ลูกจะอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปที่ไหนก็ตามแต่ภัยอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้สามารถที่จะแฝงมาในรูปแบบที่เราคิดไม่ถึงได้เช่น ทางอินเทอร์เน็ต สื่อวิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งหนังสือการ์ตูนบางประเภทที่แฝงไว้ด้วยเรื่องของเพศและความรุนแรงต่าง ๆ ดังนั้นเองพ่อแม่จึงควรที่จะหมั่นสังเกตและเอาใจใส่ในเรื่องการใช้เวลาของลูกอยู่เสมออย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะสามารถป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกได้
                  จากบทบาทของความเป็นพ่อแม่ที่แต่เดิมนับว่าหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่ในยุคสมัยใหม่พ่อแม่ต้องแสดงบทบาทที่หนักและเหน็ดเหนื่อยกว่าเดิมอีกหลายเท่า ไม่ว่าจะต้องพัฒนาตัวเองเป็นผู้ที่กระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการคิดอย่างรอบคอบและมีวิจารณญาณมากยิ่งขึ้นในการรับข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ การที่ต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกลวางแผนอนาคตเผื่อให้ลูก หรือการที่จะต้องเป็นผู้ที่มีความรักความอดทนและเข้าใจจิตใจภายในของลูกอยู่เสมอ  สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำทั้งหมดนี้ เพื่อที่จะสามารถสร้างชีวิตของลูกให้เติบโตขึ้นมาได้อย่างประสบความสำเร็จในโลกยุคใหม่นี้ได้และเพื่อที่จะปกป้องดูแลและป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามาทำร้ายลูกได้นั่นเอง ในสังคมปัจจุบันเราจำเป็นต้องให้เด็กได้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวัง การเข้าถึงข้อมูลออนไลน์ของพวกเขาด้วยอินเทอร์เน็ตเป็นโลกที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นไปได้ ทำให้เราสามารถขยายขอบเขตที่ครั้งหนึ่งเคยจำกัดออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งหากจะว่าไปแล้วในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นช่องทางที่สำคัญที่สุดช่องทางหนึ่ง สิ่งใดที่ไม่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ต เราจะรู้สึกราวกับว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม พึงระลึกไว้เสมอว่าอินเทอร์เน็ตเป็นโลกแห่งภยันตรายที่ผู้ให้การศึกษาและสังคม
ผลกระทบจากปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเด็กไทยก็เหมือนกับเด็กทั่วโลก ที่ผูกพันกับความบันเทิงและความรู้จากอินเตอร์เน็ต รวมทั้งกับกลไกสื่อสารต่างๆที่แฝงมาทางอินเตอร์เน็ตอย่างแนบแน่นเกินกว่าที่ผู้ใหญ่คาดคิด นอกจากนี้ เด็กยังเข้าใจได้อย่างรวดเร็วด้วยว่า โลกของอินเตอร์เน็ตนั้นมีสภาพที่แตกต่างไปจากโลกแห่งความจริง และแทนที่จะพยายามจะเข้าไปในโลกแห่งความจริงโดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประโยชน์ แต่พวกเขากลับใช้ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตเพื่อเล่นสนุกกับความเป็นอิสระเสรีแบบที่ไม่เคยได้รับโอกาสในชีวิตจริงทั้งนี้จะเห็นได้ชัดเจนจากความนิยมที่เด็กมีต่อแชทรูม ที่ซึ่งพวกเขาจะสามารถพบกับผู้คนจากทุกเพศ ทุกวัย ทุกสังคม และทุกระดับความรู้ เป็นที่ที่เด็กสามารถก้าวเข้าไปในฐานะที่เป็นคนใหม่ และมีเพื่อนสนิทใหม่ๆที่สามารถจะพูดคุยกันได้ทุกเรื่องได้เท่าที่พวกเขาต้องการแม้กระทั่งเรื่องต้องห้ามเรื่องที่ผิดๆโดยไม่มีใครต่อว่า
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อไม่มีสภาพแวดล้อมใดที่ปราศจากอันตรายอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นโลกภายนอกหรือโลกอินเตอร์เน็ต เด็กไทยที่เทใจไปกับกิจกรรมออนไลน์ทั้งหลายจึงเท่ากับการเปิดโอกาสส่วนหนึ่งของตนเองให้เสี่ยงต่ออันตรายเช่นกัน ซึ่งแท้จริงแล้ว อันตรายเหล่านี้สามารถป้องกันได้เช่นเดียวกับการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความจริง หากเด็กเล็กและเด็กวัยรุ่นได้รับความรู้และการชี้แนะถึงวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม และรู้จักวิธีที่จะรับมือกับการโน้มน้าวใจ หรือยุยงส่งเสริมจากผู้อื่น ด้วยปัญหานี้จึงทำให้เห็นว่า เด็กวันรุ่นไทยมีความเสี่ยงต่อสื่อลามก การถูกชักชวนให้พูดคุยเรื่องเพศ และการล่อลวงทางอินเตอร์เน็ตค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกันก็มีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์เช่นนั้นค่อนข้างต่ำ ความเชื่อใจในคนแปลกหน้าที่พวกเขาเรียกว่าเป็นเพื่อนทางเน็ตนั้นสูงจนเด็กหลายๆคนไม่รู้สึกแปลกที่จะให้คนเหล่านั้นได้รู้ข้อมูลส่วนตัว และยอมไปพบกันตามลำพัง ดังนั้นจึงไม่ประหลาดใจเลยที่เด็กเล็กและเยาวชนที่ประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกตกใจ หรือเสียใจและเจ็บปวดจะสูงมาก แม้ว่าพวกเขาจะใช้อินเตอร์เน็ตมาได้เพียงไม่กี่ปีก็ตาม และผู้ใหญ่ก็จะยิ่งเพิกเฉยและไม่รับรู้ต่อปัญหาที่เกิดมากขึ้น จึงทำให้เกิดภัยอาชญากรรมที่ไม่คาดคิดตามมาเช่น การล่อลวงเด็กสาวจากห้องแชทรูมไปข่มขืนกระทำชำเรา การประพฤติปฏิบัติตามสื่อที่ไม่ดีทางอินเตอ์เน็ต เช่น การผูกคอตาย การผลิตระเบิด เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้จึงเป็นปัญหาต่อสังคมเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ หากไม่ได้รับการแก้ไขจุดเริ่มจากครอบครัวและคนใกล้ชิด ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเริ่มทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมและหาวิธีแก้ไขและสนันสนุนเด็ก เยาวชนให้รู้จักวิธีใช้อินเตอร์เน็ตที่ถูกต้อง และชี้แนะให้เด็กรับรู้ถึงความเสี่ยงต่อภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต หากผู้ใหญ่(ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน)ไม่หันมาเริ่มต้นที่จะปรับรูปแบบและเนื้อหาการศึกษาเกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ตให้เหมาะสมแล้ว เด็กไทยอาจจะเสี่ยงต่อการเป็นเหยื่อของอันตรายที่มาพร้อมกับอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้นก็ได้