~~~~เพื่อน~~~~เพราะเพื่อน ..
เหมือนเสี้ยวหนึ่งของหัวใจ
รัก..ที่มีความสุข เเม้จะไม่มีสิ่งใดตอบเเทน
รัก..ที่ที่ทำให้ยิ้มไปด้วยกันเมื่อเรายิ้ม เเละร้องให้ด้วยกันเพราะเราเศร้า
ไม่ได้เกิดมาพร้อมหน้าที่ .. อย่างคำว่า .. พ่อแม่
ไม่ได้จบลงพร้อมหน้าที่ .. อย่างคำว่า .. แฟน
แต่เกิดจาก ..
การกระทำซึ่งกันและกัน
จะอยู่หรือไป .. ใช้ "ใจ" เป็นเกณฑ์
จะอีกกี่นาน .. เพื่อนก็ยังเป็นทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ไม่มีวันเลือนหาย
เพื่อนคือคนที่เรามั่นใจ อยากไปหามากที่สุด ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข
เพื่อนคือคนที่เราไม่ต้องนอนร้องไห้ คอยโทรศัพท์ทั้งคืน .. เพื่อนก็โทรมาหา
ฐานะ .. ไม่ใช่ตัววัดว่าใครเหมาะสมจะเป็นเพื่อนใคร
หน้าตา ..ไม่ใช่มาตรฐานบอกว่า ใครควรจะเป็นเพื่อนใคร
แต่น้ำใจ .. จะเป็นเครื่องชี้ให้เรารู้ว่า ใครที่ควรจะเป็นเพื่อนของเรามากกว่า
เพื่อนคือ .. คนที่แอบมาปรุงแต่งชิวิตเรา ซะจนกลายเป็นอาหารจานแปลก
มีทั้ง หวาน ขม อม เปรี้ยว
เดี๋ยวเติมความห่วงใย เดี๋ยวใส่ความรัก
หมักความผูกผันจนได้ที่
สุดท้ายก็กลายเป็นอาหารจานดี ที่ไม่มีผีกชีโรยหน้า
แต่ว่าเติมความจริงใจได้จนเต็มจาน
เพื่อน .. ก็เหมือนเสื้อตัวเก่ง
ที่เราจะหยิบมาใส่ทุกครั้งที่เราต้องการรความมั่นใจ
และเมื่อพ้นเวลานั้นไป..
เสื้อตัวนี้ก็ยังแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าใบเดิมเสมอ
เหมือนกับเพื่อนที่จะอยู่กับเราในวันที่เราไม่สบายใจ
เพื่อนมีอะไรหลายอย่างที่เราไมได้จากใคร
วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556
วิธีรักษาเพื่อน
แม่ลูกคู่หนึ่งเดินบนชายหาด แล้วลูกก็ถามแม่ว่า "แม่ครับทำอย่างไรจึงจะรักษาเพื่อนให้รักและอยู่กับเรานานๆ"
แม่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ก้มลง เอามือทั้งสองกำทรายแล้วชูให้ลูกดู จากนั้นแม่ก็บีบมือข้างหนึ่งให้แน่น
..............................................................
ทันใดนั้นเองทรายก็ไหลออกจากมือข้างนั้นเรื่อยๆ แม่บีบมืออยู่พักหนึ่ง แล้วก็แบมือให้ลูกดูมือข้างที่บีบแน่นหรือทรายอยู่เพียงเล็กน้อย
.....................................................................
แต่มือข้างที่กำอย่างหลวมๆยังคงมีทรายอยู่เต็ม เมื่อลูกเห็นดังนั้นก็นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดกับแม่ขึ้นว่าผมเข้าใจแล้วครับ
...............................
...................................
......................................................
แล้วคุณเข้าใจไหมว่าอะไร........
แม่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ก้มลง เอามือทั้งสองกำทรายแล้วชูให้ลูกดู จากนั้นแม่ก็บีบมือข้างหนึ่งให้แน่น
..............................................................
ทันใดนั้นเองทรายก็ไหลออกจากมือข้างนั้นเรื่อยๆ แม่บีบมืออยู่พักหนึ่ง แล้วก็แบมือให้ลูกดูมือข้างที่บีบแน่นหรือทรายอยู่เพียงเล็กน้อย
.....................................................................
แต่มือข้างที่กำอย่างหลวมๆยังคงมีทรายอยู่เต็ม เมื่อลูกเห็นดังนั้นก็นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดกับแม่ขึ้นว่าผมเข้าใจแล้วครับ
...............................
...................................
......................................................
แล้วคุณเข้าใจไหมว่าอะไร........
เพื่อนหรือเพื่อนแท้ คุณจะดูออไหม?
เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้
เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ
เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้ชื่อพ่อแม่ของคุณ
เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในสมุดจดโทรศัพท์ของเขา
เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อช่วยเตรียมงาน
เพื่อนทั่วไปอยากคุยกับคุณถึงปัญหาของเขา
เพื่อนแท้อยากช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณออกไป
เพื่อนทั่วไปจะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ
เพื่อนแท้สามารถเอาเรื่องนี้มาอำคุณได้
เพื่อนทั่วไปเวลามาเยี่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก
เพื่อนแท้จะตรงรี่ไปเปิดตู้เย็นและบริการตนเอง
เพื่อนทั่วไปคิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะถกเถียง
เพื่อนแท้รู้ดีว่านั่นจะมิใช่มิตรภาพจนกว่าคุณได้เคยวิวาทกัน
เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงคุณตลอดไป
เพื่อนทั่วไปจะอ่านข้อความนี้แล้วโยนลงถังขยะ
เพื่อนแท้จะเฝ้าส่งต่อๆไปจนกว่าจะมั่นใจว่ามันได้ถึงมือผู้รับ
ส่งผ่านให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย
หากคุณได้รับมันกลับมา
นั่นหมายว่าคุณได้พบเพื่อนแท้แล้ว
สำคัญที่ว่าคุณเป็นเพื่อน แท้ของใคร ในตอนนี้
แต่ ที่สำคัญกว่า คือ ดูคนรอบๆ ข้างคุณ ซะมั่ง ว่า ตอนนี้ใคร เป็นเพื่อนแท้ ของคุณ
เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ
เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้ชื่อพ่อแม่ของคุณ
เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในสมุดจดโทรศัพท์ของเขา
เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อช่วยเตรียมงาน
เพื่อนทั่วไปอยากคุยกับคุณถึงปัญหาของเขา
เพื่อนแท้อยากช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณออกไป
เพื่อนทั่วไปจะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ
เพื่อนแท้สามารถเอาเรื่องนี้มาอำคุณได้
เพื่อนทั่วไปเวลามาเยี่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก
เพื่อนแท้จะตรงรี่ไปเปิดตู้เย็นและบริการตนเอง
เพื่อนทั่วไปคิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะถกเถียง
เพื่อนแท้รู้ดีว่านั่นจะมิใช่มิตรภาพจนกว่าคุณได้เคยวิวาทกัน
เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงคุณตลอดไป
เพื่อนทั่วไปจะอ่านข้อความนี้แล้วโยนลงถังขยะ
เพื่อนแท้จะเฝ้าส่งต่อๆไปจนกว่าจะมั่นใจว่ามันได้ถึงมือผู้รับ
ส่งผ่านให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย
หากคุณได้รับมันกลับมา
นั่นหมายว่าคุณได้พบเพื่อนแท้แล้ว
สำคัญที่ว่าคุณเป็นเพื่อน แท้ของใคร ในตอนนี้
แต่ ที่สำคัญกว่า คือ ดูคนรอบๆ ข้างคุณ ซะมั่ง ว่า ตอนนี้ใคร เป็นเพื่อนแท้ ของคุณ
เพื่อนที่ดีของคุณ
อย่าร้องไห้นะ และเราก็หวังที่จะได้รับเมล์กลับ
---- ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้สีเทียนสีแดงกับคุณ
เมื่อมีเหลือแต่สีเทียนสีดำทะมึน
---- ความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
---- ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
---- ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ
เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
---- ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก หรือเอ็มกลิ่นแรง
---- ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
---- ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ
เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
-----------------------------------------------------------------------------------
---- ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
---- ความคิดสมัย ม.2 เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม
และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
---- ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดี
คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
---- ความคิดสมัย ม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียน
เพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
---- ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
---- ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
---- ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ
ในใจ แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัว
พร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ ?รักคุณ?
ส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่า และเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย?
ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน
หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน
หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร
ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้
บอกความรู้สึกซะ ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ
การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป
ภายใน 1 ชม. คุณต้องส่งเมล์นี้ให้คนอื่น
เพื่อให้เค้าได้รู้ว่าเค้ามีความหมายสำหรับคุณนะ
ถ้าคุณกำลังยุ่งละก้อ.. คิดซะว่าใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีเองน่า..
ที่จะบอกความรู้สึกนี้ออกไป มันจะดีกว่าเยอะเลยนะ
ถ้าคุณส่งเมล์นี้ต่อไปน่ะ
เอาล่ะ ตกลงกันแล้วนะ ส่งเมล์นี้ต่อไปอย่างน้อย 10 คน
ภายในหนึ่งชม. ที่ได้รับเมล์นี้
คนที่ห่วงใยคุณมอบความอบอุ่นให้คุณ
และความอบอุ่นนั้นก็มาจากการรักผู้อื่น
---- ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้สีเทียนสีแดงกับคุณ
เมื่อมีเหลือแต่สีเทียนสีดำทะมึน
---- ความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
---- ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
---- ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ
เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
---- ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก หรือเอ็มกลิ่นแรง
---- ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
---- ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ
เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
-----------------------------------------------------------------------------------
---- ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
---- ความคิดสมัย ม.2 เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม
และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
---- ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดี
คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
---- ความคิดสมัย ม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียน
เพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
---- ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
---- ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
---- ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ
ในใจ แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัว
พร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ ?รักคุณ?
ส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่า และเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย?
ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน
หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน
หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร
ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้
บอกความรู้สึกซะ ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ
การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป
ภายใน 1 ชม. คุณต้องส่งเมล์นี้ให้คนอื่น
เพื่อให้เค้าได้รู้ว่าเค้ามีความหมายสำหรับคุณนะ
ถ้าคุณกำลังยุ่งละก้อ.. คิดซะว่าใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีเองน่า..
ที่จะบอกความรู้สึกนี้ออกไป มันจะดีกว่าเยอะเลยนะ
ถ้าคุณส่งเมล์นี้ต่อไปน่ะ
เอาล่ะ ตกลงกันแล้วนะ ส่งเมล์นี้ต่อไปอย่างน้อย 10 คน
ภายในหนึ่งชม. ที่ได้รับเมล์นี้
คนที่ห่วงใยคุณมอบความอบอุ่นให้คุณ
และความอบอุ่นนั้นก็มาจากการรักผู้อื่น
เพื่อนที่ดีของคุณ
อย่าร้องไห้นะ และเราก็หวังที่จะได้รับเมล์กลับ
---- ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้สีเทียนสีแดงกับคุณ
เมื่อมีเหลือแต่สีเทียนสีดำทะมึน
---- ความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
---- ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
---- ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ
เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
---- ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก หรือเอ็มกลิ่นแรง
---- ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
---- ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ
เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
-----------------------------------------------------------------------------------
---- ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
---- ความคิดสมัย ม.2 เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม
และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
---- ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดี
คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
---- ความคิดสมัย ม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียน
เพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
---- ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
---- ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
---- ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ
ในใจ แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัว
พร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ ?รักคุณ?
ส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่า และเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย?
ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน
หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน
หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร
ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้
บอกความรู้สึกซะ ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ
การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป
ภายใน 1 ชม. คุณต้องส่งเมล์นี้ให้คนอื่น
เพื่อให้เค้าได้รู้ว่าเค้ามีความหมายสำหรับคุณนะ
ถ้าคุณกำลังยุ่งละก้อ.. คิดซะว่าใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีเองน่า..
ที่จะบอกความรู้สึกนี้ออกไป มันจะดีกว่าเยอะเลยนะ
ถ้าคุณส่งเมล์นี้ต่อไปน่ะ
เอาล่ะ ตกลงกันแล้วนะ ส่งเมล์นี้ต่อไปอย่างน้อย 10 คน
ภายในหนึ่งชม. ที่ได้รับเมล์นี้
คนที่ห่วงใยคุณมอบความอบอุ่นให้คุณ
และความอบอุ่นนั้นก็มาจากการรักผู้อื่น
---- ความคิดสมัยอนุบาล
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้สีเทียนสีแดงกับคุณ
เมื่อมีเหลือแต่สีเทียนสีดำทะมึน
---- ความคิดสมัย ป.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
---- ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
---- ความคิดสมัย ป.3 เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ
เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
---- ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก หรือเอ็มกลิ่นแรง
---- ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
---- ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ
เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
-----------------------------------------------------------------------------------
---- ความคิดสมัย ม.1 เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
---- ความคิดสมัย ม.2 เพื่อนที่ดี คือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่ม
และไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
---- ความคิดสมัย ม.3 เพื่อนที่ดี
คือคนที่เปนที่ปรึกษาปันหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
---- ความคิดสมัย ม.4 คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียน
เพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
---- ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
---- ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แล้วก็บอกกับคุณว่าคุณเข้าที่นั่นได้แน่
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
---- ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ
ในใจ แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัว
พร้อมกับความทรงจำ 18 ปีที่ผ่านมา
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี
ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพัก
เพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ ?รักคุณ?
ส่งความรู้สึกนี้ ให้เพื่อนเก่า และเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย?
ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน
หรือเรากลายเป็นอะไร จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น
ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน
หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร
ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้
บอกความรู้สึกซะ ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ
การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป
ภายใน 1 ชม. คุณต้องส่งเมล์นี้ให้คนอื่น
เพื่อให้เค้าได้รู้ว่าเค้ามีความหมายสำหรับคุณนะ
ถ้าคุณกำลังยุ่งละก้อ.. คิดซะว่าใช้เวลาแค่ 2-3 นาทีเองน่า..
ที่จะบอกความรู้สึกนี้ออกไป มันจะดีกว่าเยอะเลยนะ
ถ้าคุณส่งเมล์นี้ต่อไปน่ะ
เอาล่ะ ตกลงกันแล้วนะ ส่งเมล์นี้ต่อไปอย่างน้อย 10 คน
ภายในหนึ่งชม. ที่ได้รับเมล์นี้
คนที่ห่วงใยคุณมอบความอบอุ่นให้คุณ
และความอบอุ่นนั้นก็มาจากการรักผู้อื่น
ใครกันที่คุณเรียกว่าเพื่อน
ใครกันที่คุณเรียกว่าเพื่อน
ชีวิตเราๆ ต้องเจอะเจอผู้คนมากมาย
ทั้งที่ด้วยความจำใจ จำยอม จำเป็น บังเอิญ และด้วยความพอใจ
แต่ถึงยังไง เราก็เลือกที่จะเสวนาหรือไม่เสวนากับใครก็ได้
มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ถ้าอย่างนั้นลองวาดภาพตาม..
................
คุณเป็นเด็กนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ณ โรงเรียนแห่งนี้
คุณไม่รู้จักใคร คุณไม่รู้จักอะไรเลย
แต่ด้วยระบบของโรงเรียน ทำให้คุณเข้าไปเรียนอยู่ในห้องเรียนห้องหนึ่ง
มีนักเรียนในห้องอยู่เกือบครึ่งร้อยชีวิต และแล้ว
อาจารย์ที่ปรึกษาก็แนะนำคุณให้กับนักเรียนในห้องนั้น
และบอกว่า
............
-ดูแลเพื่อนด้วย-
มันอาจไม่ใช่ประโยคที่แปลกอะไร แต่..ใครเป็นเพื่อนของคุณ?
และคุณเป็นเพื่อนของใคร?
มันจะไม่แปลกใช่ไหม ถ้าคุณอาจจะถูกทอดทิ้งให้ฝึกพูดบทสนทนาภาษาอังกฤษ
เพียงลำพังในคาบวิชาภาษาอังกฤษ
ขณะที่นักเรียนคนอื่นๆในห้องจับกันเป็นคู่ๆ
ก็ยังไม่มีใครบอกว่าเป็นเพื่อนคุณสักหน่อย
แล้วมันเป็นหน้าที่ของใครล่ะ ที่จะต้องมาดูแลคุณ
แต่คุณก็ไม่ละความพยายามหรอก ในเมื่อคุณเป็นนักเรียนใหม่
คุณก็เลยเดินเข้าไปหาคู่สนทนาเองเลย
คุณแนะนำชื่อคุณ บอกว่าย้ายมาจากโรงเรียนอะไร ทำไมถึงย้ายมาในช่วงนี้
เล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆที่คุณคิดว่าคนที่จะเป็นเพื่อนคุณควรจะรู้
คนๆนั้นก็บอกชื่อของเขากับคุณและยิ้มให้
ชวนคุยเป็นมารยาท และอาจเดินจากคุณไป
ถ้าคุณคิดว่าคุณได้เพื่อนหนึ่งคน
*เพื่อน* คำนั้นของคุณแปลว่า *คนรู้จัก*
บางทีคำว่า *คนรู้จัก* เนี่ย ก็แปลได้หลายความหมายเหมือนกัน
..อาจแปลว่าเขาและคุณรู้จักกัน หรือเขารู้จักคุณ หรือไม่ก็
คุณรู้จักเขาอยู่ฝ่ายเดียว
มันเป็นสิ่งที่ธรรมดาหรือแปลกประหลาดก็ไม่อาจบอกได้
ทุกวันนี้แค่เพียงคุณแนะนำตัวเองต่อกันและกัน
คุณก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที!
...โดยทั้งสองฝ่ายต่างก็เออออห่อหมกว่า
โอเค เรารู้ชื่อของกันและกัน และเราก็ยิ้มให้กัน ดังนั้นเราเป็นเพื่อนกัน
..สมการการถ่ายทอดของคนรุ่นใหม่ คำว่า *เพื่อน* คำนี้
คงน่าสมเพชมากกว่าคำว่า *คนรู้จัก* ซะอีก
..อย่างดีคุณก็แค่จับคู่ของชื่อกับหน้าเจ้าของได้ถูก
..อย่างแย่ คุณก็จำไม่ได้เลยว่าเคยพบเจอคนๆนั้นมาก่อน
ถ้าเพียงแค่ลองลงท้ายคำแนะนำตัวว่า..
+ให้เราเป็นเพื่อนด้วยคนนึงนะ+
คุณคิดว่าไง? ..เคยมีคนพูดประโยคนี้กับคุณไหม? ...ประโยคที่ยกย่องคุณ
ขอให้ตัวเองได้เป็นส่วนนึงในชีวิตของคุณ
ได้ทำอะไรร่วมกับคุณ ได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับคุณ
ถ้าไม่มีก็คงไม่แปลก (ตามสมการการถ่ายทอดของคนรุ่นใหม่)
แต่ถ้ามี หรือกำลังจะมีล่ะ?
คุณคิดว่าประโยคคำพูดสั้นๆ ธรรมดาๆ ที่เด็กอนุบาลพูดกัน
จะทำให้คุณรู้สึกยังไง?
มันไม่ใช่คำพูดที่ว่า -เป็นเพื่อนเราหน่อยนะ-
..คำพูดที่เอาตัวเองเป็นหลักแล้วก็ถูลู่ถูกังเอาคนอื่นมายินยอมด้วย
สองประโยคนี้คำตอบอาจไม่ต่างกัน
..คงไม่มีคนตอบว่า ไม่ได้หรอก
เราไม่อยากเป็นเพื่อนเธอ อะไรประมาณนั้นตามมารยาท
แต่ความรู้สึกจากคำพูดมันต่างกันจริงไหม
ทุกวันนี้คุณอาจบอกว่า คุณได้เพื่อนมามากพอแล้ว
และเพื่อนคุณก็เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนที่ดี เป็นเพื่อนที่จริงใจ
สารพัดคุณสมบัติที่ทำให้คุณทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน(หลาย)คนนี้ได้..
แต่ยังมีคนที่ไม่มีเพื่อนสนิทแบบคุณ
คนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและพร้อมที่จะเป็นเพื่อนแท้กับคนที่เขาถูกชะตาด้วย
เพียงแค่เขายังไม่เจอกับคนที่เขาถูกชะตา
ซึ่งคนๆนั้นอาจเป็นคุณ ถ้าเพียงคุณเปิดใจรับเพื่อนอีก
..อย่างน้อยคุณก็ได้เพื่อนอีกคน และเขาก็ได้เพื่อนอีกคน
..และอย่างมากที่สุด คุณก็ได้เพื่อนแท้มาอีกคน
จริงๆแล้วหัวข้อบทความนี้น่าจะเป็น
*ใครเรียกคุณว่าเพื่อน?*
ถ้าดูจากเรื่องที่เล่ามา
แต่จุดประสงค์หลักของการเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็คือ
การย้อนมองความหมายที่แท้จริงของคำว่า *เพื่อน*
ความหมายของคำว่า *เพื่อน* มีหลายระดับ
..ตามความพอใจ ตามอารมณ์ ตามความสนิท
ตามหน้าที่ ตามความจำเป็น ตามความจริงใจ
โดยวัดจากใจของคุณเอง ..สารพัดเหตุผล
คล้ายๆที่เถียงกันไม่ตกว่า ความรักก็มีหลายแบบ
แต่ถ้าสองคำนี้มารวมกันเป็นคำว่า *รักเพื่อน* หรือ *เพื่อนรัก*
ผู้เขียนว่ามัน.. ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆสักคำให้ลึกซึ้ง
+ดูแลเพื่อนด้วย+
คงเป็นอีกประโยคหนึ่ง ที่จะสามารถเรียกความซึ้งใจออกมาได้
ชีวิตเราๆ ต้องเจอะเจอผู้คนมากมาย
ทั้งที่ด้วยความจำใจ จำยอม จำเป็น บังเอิญ และด้วยความพอใจ
แต่ถึงยังไง เราก็เลือกที่จะเสวนาหรือไม่เสวนากับใครก็ได้
มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ถ้าอย่างนั้นลองวาดภาพตาม..
................
คุณเป็นเด็กนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ณ โรงเรียนแห่งนี้
คุณไม่รู้จักใคร คุณไม่รู้จักอะไรเลย
แต่ด้วยระบบของโรงเรียน ทำให้คุณเข้าไปเรียนอยู่ในห้องเรียนห้องหนึ่ง
มีนักเรียนในห้องอยู่เกือบครึ่งร้อยชีวิต และแล้ว
อาจารย์ที่ปรึกษาก็แนะนำคุณให้กับนักเรียนในห้องนั้น
และบอกว่า
............
-ดูแลเพื่อนด้วย-
มันอาจไม่ใช่ประโยคที่แปลกอะไร แต่..ใครเป็นเพื่อนของคุณ?
และคุณเป็นเพื่อนของใคร?
มันจะไม่แปลกใช่ไหม ถ้าคุณอาจจะถูกทอดทิ้งให้ฝึกพูดบทสนทนาภาษาอังกฤษ
เพียงลำพังในคาบวิชาภาษาอังกฤษ
ขณะที่นักเรียนคนอื่นๆในห้องจับกันเป็นคู่ๆ
ก็ยังไม่มีใครบอกว่าเป็นเพื่อนคุณสักหน่อย
แล้วมันเป็นหน้าที่ของใครล่ะ ที่จะต้องมาดูแลคุณ
แต่คุณก็ไม่ละความพยายามหรอก ในเมื่อคุณเป็นนักเรียนใหม่
คุณก็เลยเดินเข้าไปหาคู่สนทนาเองเลย
คุณแนะนำชื่อคุณ บอกว่าย้ายมาจากโรงเรียนอะไร ทำไมถึงย้ายมาในช่วงนี้
เล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆที่คุณคิดว่าคนที่จะเป็นเพื่อนคุณควรจะรู้
คนๆนั้นก็บอกชื่อของเขากับคุณและยิ้มให้
ชวนคุยเป็นมารยาท และอาจเดินจากคุณไป
ถ้าคุณคิดว่าคุณได้เพื่อนหนึ่งคน
*เพื่อน* คำนั้นของคุณแปลว่า *คนรู้จัก*
บางทีคำว่า *คนรู้จัก* เนี่ย ก็แปลได้หลายความหมายเหมือนกัน
..อาจแปลว่าเขาและคุณรู้จักกัน หรือเขารู้จักคุณ หรือไม่ก็
คุณรู้จักเขาอยู่ฝ่ายเดียว
มันเป็นสิ่งที่ธรรมดาหรือแปลกประหลาดก็ไม่อาจบอกได้
ทุกวันนี้แค่เพียงคุณแนะนำตัวเองต่อกันและกัน
คุณก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที!
...โดยทั้งสองฝ่ายต่างก็เออออห่อหมกว่า
โอเค เรารู้ชื่อของกันและกัน และเราก็ยิ้มให้กัน ดังนั้นเราเป็นเพื่อนกัน
..สมการการถ่ายทอดของคนรุ่นใหม่ คำว่า *เพื่อน* คำนี้
คงน่าสมเพชมากกว่าคำว่า *คนรู้จัก* ซะอีก
..อย่างดีคุณก็แค่จับคู่ของชื่อกับหน้าเจ้าของได้ถูก
..อย่างแย่ คุณก็จำไม่ได้เลยว่าเคยพบเจอคนๆนั้นมาก่อน
ถ้าเพียงแค่ลองลงท้ายคำแนะนำตัวว่า..
+ให้เราเป็นเพื่อนด้วยคนนึงนะ+
คุณคิดว่าไง? ..เคยมีคนพูดประโยคนี้กับคุณไหม? ...ประโยคที่ยกย่องคุณ
ขอให้ตัวเองได้เป็นส่วนนึงในชีวิตของคุณ
ได้ทำอะไรร่วมกับคุณ ได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับคุณ
ถ้าไม่มีก็คงไม่แปลก (ตามสมการการถ่ายทอดของคนรุ่นใหม่)
แต่ถ้ามี หรือกำลังจะมีล่ะ?
คุณคิดว่าประโยคคำพูดสั้นๆ ธรรมดาๆ ที่เด็กอนุบาลพูดกัน
จะทำให้คุณรู้สึกยังไง?
มันไม่ใช่คำพูดที่ว่า -เป็นเพื่อนเราหน่อยนะ-
..คำพูดที่เอาตัวเองเป็นหลักแล้วก็ถูลู่ถูกังเอาคนอื่นมายินยอมด้วย
สองประโยคนี้คำตอบอาจไม่ต่างกัน
..คงไม่มีคนตอบว่า ไม่ได้หรอก
เราไม่อยากเป็นเพื่อนเธอ อะไรประมาณนั้นตามมารยาท
แต่ความรู้สึกจากคำพูดมันต่างกันจริงไหม
ทุกวันนี้คุณอาจบอกว่า คุณได้เพื่อนมามากพอแล้ว
และเพื่อนคุณก็เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนที่ดี เป็นเพื่อนที่จริงใจ
สารพัดคุณสมบัติที่ทำให้คุณทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน(หลาย)คนนี้ได้..
แต่ยังมีคนที่ไม่มีเพื่อนสนิทแบบคุณ
คนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและพร้อมที่จะเป็นเพื่อนแท้กับคนที่เขาถูกชะตาด้วย
เพียงแค่เขายังไม่เจอกับคนที่เขาถูกชะตา
ซึ่งคนๆนั้นอาจเป็นคุณ ถ้าเพียงคุณเปิดใจรับเพื่อนอีก
..อย่างน้อยคุณก็ได้เพื่อนอีกคน และเขาก็ได้เพื่อนอีกคน
..และอย่างมากที่สุด คุณก็ได้เพื่อนแท้มาอีกคน
จริงๆแล้วหัวข้อบทความนี้น่าจะเป็น
*ใครเรียกคุณว่าเพื่อน?*
ถ้าดูจากเรื่องที่เล่ามา
แต่จุดประสงค์หลักของการเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็คือ
การย้อนมองความหมายที่แท้จริงของคำว่า *เพื่อน*
ความหมายของคำว่า *เพื่อน* มีหลายระดับ
..ตามความพอใจ ตามอารมณ์ ตามความสนิท
ตามหน้าที่ ตามความจำเป็น ตามความจริงใจ
โดยวัดจากใจของคุณเอง ..สารพัดเหตุผล
คล้ายๆที่เถียงกันไม่ตกว่า ความรักก็มีหลายแบบ
แต่ถ้าสองคำนี้มารวมกันเป็นคำว่า *รักเพื่อน* หรือ *เพื่อนรัก*
ผู้เขียนว่ามัน.. ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆสักคำให้ลึกซึ้ง
+ดูแลเพื่อนด้วย+
คงเป็นอีกประโยคหนึ่ง ที่จะสามารถเรียกความซึ้งใจออกมาได้
เพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว
พฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ทั้งในทางที่ดีและชั่ว ได้รับอิทธิพลมาจากหลายๆ ปัจจัย หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือการคบเพื่อน
เพื่อนฝูงและมิตรสหายนับได้ว่ามีความสำคัญต่อมนุษย์แต่ละคน เกือบจะพูดได้ว่าคนๆหนึ่งไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขถ้าหากเขาไม่มีเพื่อนที่สามารถร่วมแบ่งปันความสุขและแบ่งเบาความทุกข์ด้วยกัน
โดยปกติแล้ว บุคคลที่เป็นเพื่อนฝูงมักจะมีอะไรบางอย่างที่พอจะเป็นจุดดึงดูดให้สามารถคบหากันได้ เช่นความชอบในบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกัน อุปนิสัยใจคอที่ตรงกัน เป็นต้น ดังนั้นผู้เป็นเพื่อนจึงมักจะมีอิทธิพลต่อกลุ่มเพื่อนด้วยกันอยู่เสมอ เพราะต้องอยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันตลอดเวลา
การเลือกเพื่อนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าได้เพื่อนดีมาคบก็เสมือนว่าได้ของดีมาและช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เราดีมากขึ้น แต่ถ้าได้เพื่อนชั่วก็เท่ากับว่ากำลังเดินตามหลังเพื่อนไปหาความชั่วนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงได้เปรียบเทียบระหว่างเพื่อนดีและเพื่อนชั่วว่าเหมือนคนขายน้ำหอมและช่างตีเหล็ก ในหะดีษของท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม บทหนึ่งมีใจความว่า “อุปมามิตรที่ดีและที่ชั่วนั้น เปรียบได้กับคนขายน้ำหอมและช่างตีเหล็ก เพื่อนดีคือคนขายน้ำหอมซึ่งเขาอาจจะแจกน้ำหอมให้ท่าน หรือไม่เช่นนั้นท่านก็ได้ซื้อน้ำหอมจากเขา เพื่อนชั่วก็คือช่างตีเหล็กซึ่งเขาอาจจะทำให้ลูกไฟกระเด็นไปโดนเสื้อผ้าของท่านให้เกิดรอยไหม้ หรือไม่ก็ท่านจะต้องได้รับกลิ่นเหม็นจากเขา” (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
เพื่อนดีมักจะช่วยเหลือเพื่อนฝูงในทางที่ดี ในยามที่เพื่อนทำผิดเขากล้าที่จะเตือนสติให้เพื่อนสำนึกและคิดได้ คอยให้กำลังใจในทางถูกต้อง มีความจริงใจที่ต้องการให้เพื่อนได้ดีและหลีกห่างจากความชั่ว และในบางครั้งเขาอาจจะยังเป็นตัวอย่างที่ดีที่ชักจูงเพื่อนๆ คนอื่นให้อยากเป็นคนดีเช่นเดียวกับเขา
ส่วนเพื่อนที่ไม่ดีนั้น มีอิทธิพลในทางที่ไม่สมควรเป็นส่วนใหญ่ มักจะชักจูงกันทำในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองถึงความถูกต้องและผลที่ตามมา อาจจะทำให้มีนิสัยพาล หรืออย่างน้อยที่สุดการคบเพื่อนที่ไม่ดีก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ครหาเพราะคบอยู่กับกลุ่มเพื่อนแบบนั้น
เป็นที่ทราบกันอย่างชัดเจนว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัยรุ่นในปัจจุบัน เช่น พฤติกรรมเบี่ยงเบน ติดยาเสพติด แก๊งค์กวนเมือง ฯลฯ มักจะมีกลุ่มเพื่อนมาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น และสร้างความลำบากความเดือนร้อนให้กับผู้อื่นอยู่เป็นนิจ
ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องฉลาดเลือกและฉลาดคบหากับเพื่อนฝูง โดยควรเลือกเพื่อนที่ดีเป็นมิตร เพื่อให้สามารถช่วยเหลือกันได้ในสิ่งที่ดี นอกจากนี้ตัวเราเองก็ควรเป็นเพื่อนที่ดีแก่เพื่อนฝูง สามารถให้คำแนะนำหรือคำตักเตือนแก่เพื่อนด้วยกันได้เมื่อเห็นเพื่อนประพฤติไม่เหมาะสม ต้องหวังดีกับเพื่อนโดยถือว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในความดีงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสลามสนับสนุนอย่างยิ่ง
ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ในวันอาคิเราะฮฺเราจะต้องอยู่กับเพื่อนฝูงที่เรารักอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่อันสงบสุขในสวรรค์ หรือสถานที่แห่งการทรมานในไฟนรก เช่นที่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีใจความว่า “คนๆ หนึ่งนั้นจะอยู่กับคนที่เขารัก” (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
- ข้อคิดที่ได้รับจากบทเรียน
1.การคบเพื่อนมีอิทธิพลที่สำคัญต่อพฤติกรรมของมนุษย์
2.ควรเลือกคบเพื่อนที่ดีเพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนฝูง
3.ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อน ที่สามารถให้คำแนะนำและคำตักเตือนได้เมื่อเพื่อนหลงผิดหรือประพฤติไม่เหมาะไม่ควร
- คำถามหลังบทเรียน
1. ท่านคิดว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อนิสัยและพฤติกรรมของท่านหรือไม่? อย่างไร?
2.ท่านคิดว่ามีวิธีในการคบเพื่อนในทางสร้างสรรค์อย่างไรบ้าง?
3.ท่านคิดว่าท่านสามารถตักเตือนเพื่อนได้หรือไม่ ถ้าหากเห็นเขาทำผิด? และท่านควรจะทำเช่นไรเมื่อเห็นเพื่อนทำผิด?
เพื่อนฝูงและมิตรสหายนับได้ว่ามีความสำคัญต่อมนุษย์แต่ละคน เกือบจะพูดได้ว่าคนๆหนึ่งไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขถ้าหากเขาไม่มีเพื่อนที่สามารถร่วมแบ่งปันความสุขและแบ่งเบาความทุกข์ด้วยกัน
โดยปกติแล้ว บุคคลที่เป็นเพื่อนฝูงมักจะมีอะไรบางอย่างที่พอจะเป็นจุดดึงดูดให้สามารถคบหากันได้ เช่นความชอบในบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกัน อุปนิสัยใจคอที่ตรงกัน เป็นต้น ดังนั้นผู้เป็นเพื่อนจึงมักจะมีอิทธิพลต่อกลุ่มเพื่อนด้วยกันอยู่เสมอ เพราะต้องอยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันตลอดเวลา
การเลือกเพื่อนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าได้เพื่อนดีมาคบก็เสมือนว่าได้ของดีมาและช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เราดีมากขึ้น แต่ถ้าได้เพื่อนชั่วก็เท่ากับว่ากำลังเดินตามหลังเพื่อนไปหาความชั่วนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงได้เปรียบเทียบระหว่างเพื่อนดีและเพื่อนชั่วว่าเหมือนคนขายน้ำหอมและช่างตีเหล็ก ในหะดีษของท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม บทหนึ่งมีใจความว่า “อุปมามิตรที่ดีและที่ชั่วนั้น เปรียบได้กับคนขายน้ำหอมและช่างตีเหล็ก เพื่อนดีคือคนขายน้ำหอมซึ่งเขาอาจจะแจกน้ำหอมให้ท่าน หรือไม่เช่นนั้นท่านก็ได้ซื้อน้ำหอมจากเขา เพื่อนชั่วก็คือช่างตีเหล็กซึ่งเขาอาจจะทำให้ลูกไฟกระเด็นไปโดนเสื้อผ้าของท่านให้เกิดรอยไหม้ หรือไม่ก็ท่านจะต้องได้รับกลิ่นเหม็นจากเขา” (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
เพื่อนดีมักจะช่วยเหลือเพื่อนฝูงในทางที่ดี ในยามที่เพื่อนทำผิดเขากล้าที่จะเตือนสติให้เพื่อนสำนึกและคิดได้ คอยให้กำลังใจในทางถูกต้อง มีความจริงใจที่ต้องการให้เพื่อนได้ดีและหลีกห่างจากความชั่ว และในบางครั้งเขาอาจจะยังเป็นตัวอย่างที่ดีที่ชักจูงเพื่อนๆ คนอื่นให้อยากเป็นคนดีเช่นเดียวกับเขา
ส่วนเพื่อนที่ไม่ดีนั้น มีอิทธิพลในทางที่ไม่สมควรเป็นส่วนใหญ่ มักจะชักจูงกันทำในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองถึงความถูกต้องและผลที่ตามมา อาจจะทำให้มีนิสัยพาล หรืออย่างน้อยที่สุดการคบเพื่อนที่ไม่ดีก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ครหาเพราะคบอยู่กับกลุ่มเพื่อนแบบนั้น
เป็นที่ทราบกันอย่างชัดเจนว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัยรุ่นในปัจจุบัน เช่น พฤติกรรมเบี่ยงเบน ติดยาเสพติด แก๊งค์กวนเมือง ฯลฯ มักจะมีกลุ่มเพื่อนมาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น และสร้างความลำบากความเดือนร้อนให้กับผู้อื่นอยู่เป็นนิจ
ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องฉลาดเลือกและฉลาดคบหากับเพื่อนฝูง โดยควรเลือกเพื่อนที่ดีเป็นมิตร เพื่อให้สามารถช่วยเหลือกันได้ในสิ่งที่ดี นอกจากนี้ตัวเราเองก็ควรเป็นเพื่อนที่ดีแก่เพื่อนฝูง สามารถให้คำแนะนำหรือคำตักเตือนแก่เพื่อนด้วยกันได้เมื่อเห็นเพื่อนประพฤติไม่เหมาะสม ต้องหวังดีกับเพื่อนโดยถือว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในความดีงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสลามสนับสนุนอย่างยิ่ง
ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ในวันอาคิเราะฮฺเราจะต้องอยู่กับเพื่อนฝูงที่เรารักอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่อันสงบสุขในสวรรค์ หรือสถานที่แห่งการทรมานในไฟนรก เช่นที่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีใจความว่า “คนๆ หนึ่งนั้นจะอยู่กับคนที่เขารัก” (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
- ข้อคิดที่ได้รับจากบทเรียน
1.การคบเพื่อนมีอิทธิพลที่สำคัญต่อพฤติกรรมของมนุษย์
2.ควรเลือกคบเพื่อนที่ดีเพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนฝูง
3.ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อน ที่สามารถให้คำแนะนำและคำตักเตือนได้เมื่อเพื่อนหลงผิดหรือประพฤติไม่เหมาะไม่ควร
- คำถามหลังบทเรียน
1. ท่านคิดว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อนิสัยและพฤติกรรมของท่านหรือไม่? อย่างไร?
2.ท่านคิดว่ามีวิธีในการคบเพื่อนในทางสร้างสรรค์อย่างไรบ้าง?
3.ท่านคิดว่าท่านสามารถตักเตือนเพื่อนได้หรือไม่ ถ้าหากเห็นเขาทำผิด? และท่านควรจะทำเช่นไรเมื่อเห็นเพื่อนทำผิด?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)